นเป็นคนที่หวงชีวิตตัวเองอยู่แล้ว เขาไม่คิดจะทำอะไรสุ่มเสี่ยงแน่ๆ
หินเวทมนตร์เองก็ดูเหมือนจะยังไม่งอกขึ้นมาในเร็วๆนี้ หลังจากที่เบม่อนกินไปครั้งล่าสุด มันก็ต้องใช้เวลาตั้งหลายวันกว่าจะงอกขึ้นมาใหม่
โจวเหวินเลยไม่ได้จ้องไปที่จุดที่กินตลอดเวลา แต่เขาแค่สังเกตมองไปรอบๆเท่านั้น เขาพยายามจะหารูปสลักรูปมือที่อยู่แถวๆนี้ เต่แล้วดวงตาของเขาก็ส่องประกายขึ้นมา
ด้านหลังหลุมศพนั้นเอง โจวเหวินเห็นรูปสลักรูปมืออยู่ด้วย มันเป็นรูปสลักที่แกะสลักบนหิน อาจจะเพราะว่าหินมันไม่ได้เรียบอยู่แล้วทำให้ลวดลายมันเหมือนเป็นธรรมชาติมาก แต่เพราะว่าโจวเหวินเคยเห็นรูปสลักพวกนี้บ่อยมากแล้วทำให้เขาไม่พลาดแน่นอน
แต่โจวเหวินก็ติดปัญหาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเขาจะเห็นรูปสลักรูปมือแต่ฉางชุนชิวย้ำนักย้ำหนากับเขาไปแล้วว่าห้ามออกจากแท่นนี้ แล้วเขาจะเดินไปถ่ายรูปได้ยังไงกัน
ยิ่งกว่านั้น ที่นี้ยังมีคนของตระกูลฉางอยู่เต็มไปหมด เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเนียนไปถ่ายรูปได้
“แล้วจะไปถ่ายยังดีละ”โจวเหวินคิดแล้วคิดอีกแต่ก็ยังคิดหาทางดีๆไม่ได้ แต่ตอนที่กำลังคิดอยู่นั้นเอง จู่ๆก็มีคนตะโกนขึ้นมา “มันงอก มันงอกออกมาแล้ว!!”
โจวเหวินตกใจมากแล้วรีบหันไปดู หินเวทมนตร์ที่พึ่งโดนเบม่อนกินไปนั้นตอนนี้มันงอกกลับมาอยู่ที่พื้นอีกครั้ง หินเวทมนตร์มันงอกเหมือนเห็ดที่งอกด้วยความเร็วสูงมากๆ จนสามารถเห็นมันโตได้ด้วยตาเปล่า
“เวลาในการงอกของมันน้อยลงอีกแล้ว แค่ครึ