นสุสารมารละก็ หลุมศพที่ไม่มีป้ายหลุมศพแบบนั้น น่าจะมีประวัติอันยาวนานแน่ๆ
แต่สิ่งที่แปลกของหลุมศพพวกนี้ก็คือวัสดุที่ใช้ทำ หลุมศพของคนปรกตินั้นจะใช้วิธีการฝังดินหรือปั้นดิน ถ้าดีๆหน่อยก็จะก่อเป็นอิฐหรือปูนหิน ดีแบบดีสุดๆนั้นก็จะใช้หินหยกและโลหะ
ถึงแม้ว่าโครงสร้างของหลุมศพจะเป็นหิน แต่มันไม่ใช่หินที่แกะสลัก แต่เหมือนกับว่ามันแป็นหินที่เป็นแบบนี้มาโดยธรรมชาติ
มีหินขนาดใหญ่ที่เหมือนจะปล่อยปราณมารออกมา พร้อมกับหินที่อยู่ใกล้ๆ มีรูปแบบคล้ายๆกัน ก่อตัวกันขึ้นมาเป็นกำแพง และถูกปกคลุมไปด้วยขี้เถ้าอะไรบางอย่าง
แต่ละสุสานนั้นจะมีแท่นหินบูชาอะไรซักอย่างซึ่ง ตระกูลฉางแต่ละคนจะไปนั่งที่นั้นแล้วสังเกตการณ์สุสานมารจากมุมต่างๆ
ฉางชุนชิวพาโจวเหวินลงมาจอดที่เท่นหินหนึ่งแล้วชี้ไปที่หินเวทมนตร์ที่ส่องแสงอยู่ข้างๆกับเขา “เอาเลยให้เบม่อนกินหินเวทมนตร์พวกนั้นเลย”
“ได้เลย” เบม่อนถูกอัญเชิญออกมาแล้วให้มันกินพวกหินเวทมนตร์สีขาวเทาพวกนั้น
“เอาละ ทีนี้ก็รอดูผล ถ้านายพอมีเวลา ช่วยอยู่รอดูตรงนี้ก่อนจะได้ไหม หรือถ้าไม่ว่าฉันจะได้ส่งคนพานายกลับก่อนก็ได้นะ”ฉางชุนชิวพูด
“ไม่เป็นไรหรอกวันนี้ฉันว่าง เดี๋ยวรอดูเลย”โจวเหวินเองก็อยากเห็นเหมมือนกันว่าสุสานมารที่แอบซ่อนอยู่ในตระกูลฉางมาเนิ่นนานนั้นคืออะไรกันแน่ๆ
“อยู่ก็ได้แหล่ะ แต่จำไว้ว่าห้ามออกจากแท่นตรงนี้ไปเด็ดขาดนะ โดยเฉพาะตอนกลางคืน”ฉางชุนชิวย้ำเตือน
ซึ่งปรกติโจวเหวิ