เป็นระดับสุดยอดของเหล่าผู้พิทักษ์ด้วย นายเองเคยมีโอกาสทำสัญญาเเล้วเเท้ๆ เเต่น่าเสียดายที่นายกลับพลาดท่าเอาเรื่องส่วนตัวมาพัวพัน จนผู้พิทักษ์ที่เคยทำสัญญาได้กลับกลายเป็นศัตรูไปเสียได้ เสียดายไหมละ”
“ก็นายไม่ได้บอกฉันก่อนหน้านี้นี่หว่า จะไปรู้ได้ไงละ”โจวเหวินพูด
“ก็ทำไมนายถึงไม่รู้ละ นายเเบกเธอมาตลอดทางเลยนะ จะให้ฉันบอกนายต่อหน้าคนอื่นหรือไง”ละมั่งเขียน
“ก็บอกล่วงหน้าก็ได้ปะ”โจวเหวินพูด “เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะนายพอจะช่วยฉันเอาเลือดของมันมาจะได้ไหม”
“จะเอาเลือดของเธอมาทำอะไรกัน”ละมั่งมองโจวเหวิน
“ฉันกำลังฝึกวิชาลมปราณอยู่หน่ะเเต่ฉันขาดคุณสมบัติที่ตรงกับวิชาลมปราณนั้น ฉันเลยอยากได้เลือดของผู้พิทักษ์ที่เป็นมีพื้นฐานสายเเบบเดียวกับวิชาลมปราณนั้นอะ”โจวเหวินพูด
วิชาลมปราณอะไรกันละ”ละมั่งเขียนถาม
“วิชาขโมยดวงดาวหน่ะ”โจวเหวินไม่ได้ปิดบังอะไร เพราะละมั่งนั้นอยู่กับเขามานานมากๆเเล้ว มันน่าจะรู้ว่าตัวโจวเหวินนั้นมีวิชาลมปราณที่หลากหลาย เพราะงั้นปิดบังไปก็เท่านั้น
“วิชาขโมยดวงดาวนี้เอง จะใช้เลือดของนางมันก็ได้อยู่หรอก…”
ละมั่งเขียนมาถึงตรงนี้ก่อนจะคิดซักพักเเล้วเขียนต่อ “เเต่ตอนนี้นางกลับไปอยู่ที่พระราชวังต้องห้ามเเล้ว กระเเสพลังในพระราชวังต้องห้ามก็เเปรปรวนไปหมด ข้างในนั้นคงเละเทะเเน่ๆ อีกอย่าง นางเองก็คงไม่ชอบขี้หน้านายเท่าไรด้วย ถึงนายจะมีสัตว์อสูรเก่งๆอย่างเบม่อนอยู่เเต่ถ้าขืนนายเข้าไปในน