เบิดควันสีเข้ม (Industrial Smoke Grenade) ” ลงไปกลางวงล้อม ควันสีเทาหนาทึบพวยพุ่งออกมาปกคลุมทัศนวิสัยของทหารจนมืดมิด
คมเขี้ยวในสายหมอก
“เจ้าแผลเป็น… ล่า!”
สิ้นเสียงสั่งการ หมาป่าทั้ง 12 ตัวที่สวมเกราะยุทธวิธีพุ่งทะยานลงจากหน้าผาเข้าสู่ม่านควัน พวกมันไม่ได้มองด้วยตาเพียงอย่างเดียว แต่ใช้จมูกและสัญชาตญาณนักล่าท่ามกลางควันไฟ หมาป่าหุ้มเกราะเหล่านี้ดูเหมือนอสูรกายที่ล่องหนได้ในสายตาของทหารที่กำลังตื่นตระหนก
เสียงกรีดร้องดังระงมขึ้นท่ามกลางควันหนา หมาป่าแต่ละตัวเข้าจู่โจมจุดตายอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เกราะที่หลินใส่ให้ช่วยป้องกันคมหอกที่ทหารยามพยายามแทงสุ่มออกมา ทหารหลายนายพยายามจะถอยหนีแต่ก็ต้องสะดุดกับลวดหนามที่พันรุงรังจนสิ้นหวัง
หลินยืนอยู่บนที่สูง นางถือ “หน้าไม้กำลังสูง” เล็งไปที่นายกองฉางที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น “นี่คือราคาที่พวกเจ้าต้องจ่ายให้กับความละโมบ!”
ฉึก!
ลูกธนูอาบยาชา (ที่หลินดึงมาจากโซนสัตวแพทย์) ปักเข้าที่ไหล่ของนายกองฉางอย่างแม่นยำ ร่างของเขาเริ่มชาหนึบและล้มลุกคลุกคลานท่ามกลางกองซากทหารของตนเอง
เมื่อควันเริ่มจางลง ภาพที่ปรากฏคือความพินาศของกองร้อยทหารม้าหน้าด่าน ทหารที่เหลือรอดเพียงไม่กี่คนต่างทิ้งอาวุธและหนีเตลิดไปทางเมืองหน้าด่านเพื่อบอกเล่าถึง “กองทัพอสูร” ที่สิงสถิตอยู่ใ