การตัดสินใจหันหลังให้เมืองหน้าด่านของหลิน ไม่ได้ทำให้เรื่องจบลงอย่างที่นางคิด บนกำแพงสูงของด่านศิลาแดง สายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองฝูงหมาป่าหุ้มเกราะด้วยความคลั่งไคล้และละโมบ
“ท่านพ่อ! ดูนั่นสิ หมาป่าพวกนั้นมันช่างสง่างามและแปลกประหลาดนัก” ‘คุณชายฟง’ ลูกชายจอมเสเพลของเจ้าเมืองศิลาแดงชี้มือไปยังขบวนของหลินที่กำลังมุ่งหน้าสู่เทือกเขา “ข้าอยากได้พวกมันมาประดับบารมีในสวนสัตว์ส่วนตัวของข้า ยิ่งไอ้ตัวที่มีแผลเป็นนั่น… ข้าจะเอาหนังมันมาทำเป็นพรมรองนั่ง!”
เจ้าเมืองศิลาแดง ผู้ซึ้งเห็นดีเห็นงามกับลูกชายเสมอ แสยะยิ้มพลางมองตามขบวนผู้อพยพ 30 ชีวิตที่ดู “กินดีอยู่ดี” เกินเหตุ “ในเมื่อพวกมันไม่ยอมเข้าเมืองตามก ก็ถือว่าเป็นกบฏและกลุ่มโจร… นายกองฉาง! นำทหารม้าหนึ่งกองร้อยออกไปตามล่าพวกมันมา หากใครขัดขืนให้ฆ่าทิ้งให้หมด ยกเว้นพวกหมาป่า… ข้าต้องการพวกมันแบบมีชีวิต!”
ในขณะที่ครอบครัวของหลินกำลังไต่ระดับความสูงขึ้นสู่ ‘เทือกเขาสันหลังมังกร’ ความกดดันเริ่มทวีคูณ อากาศเบาบางลงจนผู้เฒ่าตากับยายเริ่มหายใจติดขัด หลินต้องคอยหยิบ “กระป๋องออกซิเจนพกพา” ออกมาให้พวกท่านสูดดมอย่างลับๆ พร้อมกับให้ทุกคนสวมชุดกันหนาวที่นางแอบพรางไว้ใต้ผ้าคลุม
ทว่า หมาป่าจ่าฝูง ‘แผลเป็น’ กลับหยุดชะงัก มันหันหลังกลับไปทางทิศของเมืองหน้าด่าน ใบ