ขบวนของหลินเดินทางมาถึงชานเมือง “ด่านศิลาแดง” ซึ่งเป็นประตูบานสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่เขตแดนทิศใต้ที่อุดมสมบูรณ์ แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่การต้อนรับที่อบอุ่น ขบวนผู้อพยพนับพันถูกกักตัวไว้ในพื้นที่โคลนตมหน้ากำแพงเมืองที่สูงตระหง่าน ทหารยามในชุดเกราะเงาวับยืนถือหอกกั้นทางเข้าอย่างเข้มงวด
“ใครอยากเข้าเมือง ต้องจ่ายค่าผ่านทางเป็นธัญพืชคนละ 1 ถัง หรือทองคำหนึ่งตำลึง!” เสียงทหารยามตวาดลั่น “ใครไม่มี… ก็จงเน่าตายอยู่ที่หน้าด่านนี่แหละ!”
เมื่อขบวนของหลินที่มีหมาป่า 12 ตัวเดินขนาบข้างมาถึง ความแตกตื่นก็เกิดขึ้น ทหารยามระดับนายกองคนหนึ่งนามว่า “ขุนศึกฉาง” จ้องมองหมาป่าที่มีเกราะยุทธวิธีสีดำและท่าทางองอาจของพวกมันด้วยความละโมบ เขาไม่ได้มองเห็นภัยคุกคาม แต่มองเห็น “เงินตรา”
“หยุด!” ขุนศึกฉางก้าวออกมาขวาง “สัตว์ป่าดุร้ายห้ามเข้าเมือง… เว้นแต่เจ้าจะส่งพวกมันให้กองทัพฝึกฝน และจ่ายค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับคน 30 คนของเจ้ามา”
เขาสังเกตเห็นผิวพรรณของเด็ก ๆ และคนแก่ในครอบครัวหลินที่ดูดีเกินกว่าจะเป็นผู้ลี้ภัย “ดูท่าพวกเจ้าจะมีเสบียงลับซ่อนอยู่… ข้าขอตรวจค้นรถเข็นทั้งหมด!”
หมาป่าจ่าฝูงแผลเป็นแยกเขี้ยวคำรามต่ำ ขนคอตั้งชัน ทหารยามนับสิบเริ่มล้อมกรอบเข้ามาพร้อมธนูที่ง้างรอ
หลินมองดูสายตาของขุนศึกฉาง นางรู้ทัน