ทีว่าคนพวกนี้ไม่ได้ต้องการแค่เสบียง แต่ต้องการยึดครองทุกอย่างที่นางมี หากยอมเข้าเมืองไป ครอบครัวของนางอาจถูกกักขังและหมาป่าคู่ใจอาจถูกพรากไปฆ่าหรือใช้งานจนตาย
“ท่านพ่อ… ท่านปู่… เราจะไม่เข้าเมืองนี้” หลินกระซิบ
“แต่หลิน… ถ้าไม่ผ่านด่านนี้ เราต้องเดินอ้อม ‘เทือกเขาสันหลังมังกร’ อีกหลายร้อยลี้เลยนะ ที่นั่นมีแต่หน้าผาและอากาศที่แปรปรวน” ท่านอาคมกล่าวด้วยความกังวล
หลินหันไปมองเมืองหน้าด่านที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชัน สลับกับมองความภักดีในดวงตาของหมาป่าทั้ง 12 ตัว “การเข้าเมืองที่ไร้คุณธรรม คือการเดินเข้าคุกที่มองไม่เห็น… ข้าจะพาทุกคนอ้อมเขา เรามีเสบียง มีหมาป่า และมีหัวใจที่แข็งแกร่ง เราจะสร้างทางของเราเอง!”
ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันของทหารยามที่คิดว่าพวกเขาไปฆ่าตัวตาย หลินสั่งขบวนหันหลังกลับมุ่งหน้าสู่เส้นทางทุรกันดารที่ขนานไปกับเทือกเขาสันหลังมังกร ระยะทางเพิ่มขึ้นอีกกว่าสามร้อยลี้ แต่นี่คือทางเดียวที่จะรักษาอิสรภาพเอาไว้ได้
หลินเปิดมิติห้างสรรพสินค้าไปยัง โซนอุปกรณ์ปีนเขาและเสื้อผ้ากันหนาว นางหยิบ “เสื้อกันฝนแบบหนา” และ “รองเท้าหุ้มแข้ง” ออกมาแจกจ่ายให้ทุกคนอย่างลับ ๆ พร้อมกับเพิ่มสารอาหารในมื้อค่ำเพื่อเตรียมรับมือกับการไต่เขา
“เจ้าแผลเป็น… นำทางไป” หลินสั่งจ่าฝูง
หมาป่าทั้ง 12 ตัววิ่งทะยา