ความมืดปกคลุมเส้นทางสายเก่าที่ขรุขระหลังจากครอบครัวของหลินแยกตัวออกมาจากขบวนผู้อพยพหลักได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง เสียงลมที่พัดผ่านร่องหินฟังดูคล้ายเสียงโหยหวนของภูตผี แต่สำหรับหลิน มันคือเสียงเตือนภัยที่นางต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
สมาชิกทั้ง 30 ชีวิตพักผ่อนอยู่ภายในวงล้อมของรถเข็นเสบียงที่วางเรียงกันเป็นรูปครึ่งวงกลม โดยมีปู่หวังและย่าที่เป็นเสาหลักคอยดูแลเด็ก ๆ 12 คนอยู่ตรงกลาง ส่วนตากับยายที่มีโรคประจำตัว หลินแอบนำ “แผ่นแปะร้อน” และ “ถุงน้ำร้อนพกพา” จากแผนกเดินป่าออกมาสอดไว้ใต้ผ้าห่มเพื่อบรรเทาความหนาวสั่น
“กะแรก พี่ใหญ่กับอาสาม กะที่สอง ท่านพ่อกับอาสี่” หลินกำชับชายฉกรรจ์ในบ้าน
นางส่ง “กระบองยืด” ที่ดูเหมือนท่อนไม้ธรรมดาแต่ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์น้ำหนักเบาจากมิติห้างสรรพสินค้าให้พวกเขาคนละอัน “หากเห็นอะไรเคลื่อนไหว อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม ให้ใช้นกหวีดสัญญาณที่ข้าให้ไว้ เป่าสั้น ๆ สองครั้งเพื่อปลุกพวกเรา”
ชายฉกรรจ์ทั้ง 6 คน แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่เหตุการณ์ลักพาตัวหลินครั้งก่อนทำให้พวกเขาตื่นตัวขึ้นมาก พวกเขาหมุนเวียนกันเดินตรวจตราอย่างเคร่งครัด โดยมีหลินที่แอบเปิด “เครื่องดักฟังเสียงระยะไกล” (Parabolic Microphone) จากในมิติเพื่อฟังเสียงฝีเท้าที่อาจแอบซุ่มอยู่ในรัศมี 100 เมตร
ราว