“เจ้าหนุ่มคนนี้คืออัจฉริยะที่ท่านพี่หงพากลับมาหรือไม่? เจ้าหนุ่มน้อย สนใจจะเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่?”
กู้หงแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นท่าทีของกู้เม่ย เขารีบยืนขวางกู้ฉางชิงไว้ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงกดต่ำ
“น้องเม่ย โปรดสำรวมตัวเอง อย่าได้ล่วงเกินต่อหน้าท่านชาย!”
“สำรวม? ล่วงเกิน?”
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้หงและกู้เจี่ย กู้เม่ยและกู้หยุนถึงกับนิ่งอึ้งไป
พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้จากทั้งสองคน
กู้หงพาคนแบบไหนมาที่ทำให้เขาต้องเคารพนอบน้อมเช่นนี้?
โดยเฉพาะกู้หยุน ผู้ที่มีลักษณะพิเศษและการมองเห็นที่ลึกซึ้ง เขาขมวดคิ้วแน่น
แม้ว่ากู้ฉางชิงจะเก็บซ่อนพลังไว้ แต่กู้หยุนสามารถสัมผัสได้ว่าอายุของกู้ฉางชิงนั้นดูจะตรงกับรูปลักษณ์ภายนอก ไม่ใช่ผู้ที่บรรลุพลังระดับสูงจนสามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ให้ดูอ่อนวัย
สิ่งนี้ทำให้กู้หยุนรู้สึกกังวล
เขาคิดว่าเป็นเพราะกู้หงมีพลังต่ำและสายตาไม่แหลมคมพอ จึงอาจไปพบอัจฉริยะธรรมดาคนหนึ่งแล้วนำมาสร้างความตื่นเต้นเกินเหตุเพื่อนำเสนอแก่บรรพบุรุษ
แต่เมื่อมาถึงวิหารบรรพชนในเมืองหลวงแล้ว กู้หยุนก็ไม่มีโอกาสจะห้ามปรามอีกต่อไป ได้แต่หวังว่าบุคคลที่ถูกเรียกว่าท่านชายฉางชิงผู้นี้จะมีความสามารถจริง ๆ