เหยียนเมิ่งฉีถามด้วยความเคารพ แม้สถานะของนางในตำหนักแห่งจันทร์จะเปลี่ยนไปหลังจากที่มีความเกี่ยวข้องกับกู้ชิงเฉิน จนแม้แต่ประมุขยังต้องปฏิบัติต่อเธออย่างให้เกียรติ แต่เหยียนเมิ่งฉีไม่เคยหลงระเริงหรือยโส
นางรู้ดีว่าทุกอย่างที่ได้รับมานั้นล้วนมาจากกู้ชิงเฉิน และสิ่งที่ประมุขหรือคนอื่น ๆ ให้ความสำคัญนั้นไม่ใช่นาง แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างนางกับกู้ชิงเฉิน
“ไม่มีเรื่องอะไรใหญ่โต ข้าและท่านประมุขได้ปรึกษากันแล้ว และเห็นว่าน่าจะให้ท่านประมุขเป็นผู้สอนเจ้าด้วยตนเองจะดีกว่า” อาวุโสที่สามกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“หา? ท่านประมุขหมายความว่าจะรับข้าเป็นศิษย์หรือ?” เหยียนเมิ่งฉีตกใจจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“เป็นเช่นนั้น” ประมุขตำหนักแห่งจันทร์พยักหน้ารับ
“แต่…ข้าได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านอาวุโสที่สามแล้ว…” เหยียนเมิ่งฉีมองไปยังอาวุโสที่สามที่ยืนอยู่ข้างประมุข
“ไม่เป็นไร การติดตามประมุขเพื่อฝึกฝน ย่อมดีกว่าติดตามข้าซึ่งก็เป็นแค่ชายชรา” อาวุโสที่สามกล่าวพร้อมหัวเราะอย่างเบิกบาน
เหยียนเมิ่งฉีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคำนับประมุขตำหนักแห่งจันทร์ด้วยความเคารพ และกล่าวด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย “ท่านประมุข ข้าขออภัย ข้าอยากอยู่กับท่านอาจารย์มากกว่า”