ผู้เฒ่าเปียนเหลือบมองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คนที่อยู่ข้างกายชายหนุ่มผู้ลึกลับนั้น…”
“พวกเขาสวมชุดเครื่องแบบเช่นเดียวกับสตรีผู้นั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ พวกเขาทั้งหมดพลันรู้สึกเหมือนสมองถูกฟาดด้วยค้อนหนัก
ในที่สุด ทุกอย่างก็ชัดเจน ทุกปริศนากระจ่างแล้ว
แท้จริงแล้ว…
เรื่องมันเป็นเช่นนี้เอง
ตำหนักชิงหลวนอะไรกัน แทบไม่มีความหมายแม้แต่น้อย
สิ่งที่ผู้อาวุโสเปียนหวาดหวั่น หรืออาจเรียกได้ว่าหวาดกลัวนั้นก็คือสตรีที่ยืนอยู่ข้างศิษย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักชิงหลวนนั่นต่างหาก!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
โชคดีที่ผู้อาวุโสเปียนไม่ลงมือ หากเมื่อครู่นี้เขาพลาดพลั้ง สำนักเงาอินทรีย์คงพบกับหายนะอย่างแน่นอน
…
ครึ่งชั่วยามต่อมา อวี๋เหวินเฟย กู้ชิงเอ๋อ และคณะได้เดินทางออกจากเหมืองศิลาวารีครามจนลับตามาถึงที่ราบกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง
ทันใดนั้น เสียงคำรามของสัตว์อสูรก็ดังกึกก้องมาจากที่ไกลๆ
ทุกคนหันไปมองด้วยความตกใจ
“สัตว์อสูรระดับครึ่งราชา รีบหลบเร็วเข้า!”
เสียงใสของกู้ชิงเอ๋อเอ่ยขึ้น ก่อนจะพุ่งหลบไปหลังโขดหินก้อนใหญ่ อวี๋เหวินเฟยและคนอื่นๆ ต่างรีบติดตามไปทันที
สัตว์อสูรเหล่านี้ไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจะเป็นใคร
ต่อให้เจ้าเป็นศิษย์ตำหนักชิงหลวน หรือแม้แต่สำนักระดับราชา หากมันเห็นเจ้าเป็นศัตรู มันย่อมฆ่าไม่เลี้ยง!