เมื่อเห็นว่ากู้ฉางชิงกำลังจะเดินเข้าสู่ขอบเขตการโจมตีของผู้เฝ้าวิหาร อาวุโสที่สามถึงกับหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว
ผู้เฝ้าวิหารนั้น โจมตีทุกสิ่งโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ขอเพียงแค่มีผู้ใดก้าวล้ำเข้าสู่ขอบเขต!
แม้กู้ฉางชิงจะมีใบหน้าเหมือนกับผู้เฝ้าวิหารไม่มีผิด แต่เจ้าร่างไร้สติผู้นั้นย่อมไม่มีวันปรานีเขาเพียงเพราะหน้าตาเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม กู้ฉางชิงกลับดูราวกับไม่สนใจอะไรเลย เขาเดินอย่างสบายอกสบายใจตรงไปยังขอบเขตวิหาร
หวืด—
ทันทีที่กู้ฉางชิงก้าวเข้าสู่ขอบเขต ผู้เฝ้าวิหารก็ลืมตาขึ้นในทันที เขาเริ่มขยับแล้ว
“จบกัน…”
อาวุโสที่สามครวญในใจด้วยความหดหู่
ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้พวกเขาทุกคนถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่
กู้ฉางชิงยกมือขึ้นเรียกดาบวิญญาณเล่มหนึ่งมาถือไว้ในมือ แล้วฟันออกไปหนึ่งดาบใส่ผู้เฝ้าวิหารที่พุ่งเข้ามา
ฉึบ—
ไม่มีการปะทะอันยิ่งใหญ่ ไม่มีเสียงระเบิดสะท้านฟ้าสะเทือนดินใดๆ ทั้งสิ้น
ดาบธรรมดาที่ดูเรียบง่าย ทว่าครั้งเดียวก็ทำให้ผู้เฝ้าวิหารแตกสลายกลายเป็นพลังวิญญาณที่กระจายไปทั่ว
ที่ปลายนิ้วของกู้ฉางชิง ปรากฏเปลวไฟสีเขียวลุกโชน
“หายไปซะ”
เสียงระเบิดดังขึ้นเบาๆ พลังวิญญาณที่กระจัดกระจายอยู่ในอากาศก็หายวับไปจนหมดสิ้น
ไม่ว่าจะอย่างไร การที่มีบางสิ่งลอกเลียนแบบเขา ก็ต้องถูกทำลายลงอยู่ดี