แม้คนของตำหนักชิงหลวนจะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเป็นคำสั่งของเจ้าตำหนัก ทุกคนย่อมรู้ดีว่าเจ้าตำหนักมีเจตนาจะสานสัมพันธ์กับสำนักใจพิสุทธิ์ ส่วนสาเหตุนั้นไม่มีใครล่วงรู้ แต่ในฐานะศิษย์และผู้อาวุโสของตำหนัก พวกเขาก็ทำได้เพียงปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น
แต่ถึงอย่างไร ระหว่างทาง น้ำเสียงหรือสายตาดูแคลนที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวก็ยากจะหลีกเลี่ยง
เหล่าศิษย์จากสำนักใจพิสุทธิ์เองก็เห็นได้ชัดเจน
แต่พวกเขาทำอะไรไม่ได้ ด้วยความต่างของพลังระหว่างทั้งสองสำนักที่มีมากเกินไป
เป็นธรรมดาที่อีกฝ่ายจะดูแคลน
“แน่นอนว่าจริง แต่ข้าเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ได้ยินมาเท่านั้น” อาวุโสเก้าจากตำหนักชิงหลวน หรือก็คือท่านอาวุโสมั่น พยักหน้ารับคำ พลางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อใกล้ถึงสถานที่
“ดูสิ ถึงแล้ว”
“นั่นหรือคือผู้เฝ้าหน้าวิหารโบราณที่ไร้เทียมทาน?”
ไม่นานนัก วิหารโบราณก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ากลุ่มคนจากตำหนักชิงหลวนและสำนักใจพิสุทธิ์
เมื่อมองไปไกลๆ จะเห็นวิหารเก่าแก่ที่ไม่รู้ว่าตั้งอยู่มานานแค่ไหนแล้ว ที่หน้าประตูวิหารนั้น มีร่างหนึ่งยืนอยู่
บนร่างของเขาไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา ดูอย่างไรก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต
เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามอย่างหาที่ติไม่ได้ แต่กลับหลับตาแน่นสนิท ไม่สนใจผู้ใดที่มาเยือน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น… หากไม่ก้าวล้ำเข้าสู่ระยะการโจมตีของเขา