ในวินาทีที่เกราะทองคำพังทลาย ร่างของซือคงเซิงก็พลันกลายเป็นแสงสว่างสายหนึ่ง พุ่งออกจากรัศมีการโจมตีของกู้ฉางชิงทันที!
กู้ฉางชิงไม่ได้ไล่ตาม แต่หวนกลับไปยืนประจำที่หน้าประตูพระราชวังเช่นเดิม
อีกฟากหนึ่ง ซือคงเซิงที่เพิ่งรอดชีวิตจากความตายยืนหอบหายใจหนัก พลางจ้องมองกู้ฉางชิงด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“แค่เสี้ยววินาที…” เขาคิดในใจ ถ้าตนบดยันต์รักษาชีวิตช้ากว่านี้เพียงเล็กน้อย ตัวเขาคงไม่มีโอกาสยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้ว
บรรยากาศรอบด้านเงียบสนิท
ผู้คนที่มองดูเหตุการณ์เมื่อครู่ต่างนิ่งงัน ราวกับถูกความหวาดกลัวจับตรึง
โดยเฉพาะผู้ที่ก่อนหน้านี้เคยโม้โอ้อวดว่ากู้ฉางชิงไม่อาจต้านรับซือคงเซิงได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ต่างพากันอยากขุดหลุมฝังตัวเองหนีความอับอาย
“แค่กระบวนท่าเดียวงั้นหรือ?”
แน่นอน…
แน่นอนว่าผู้ใดก็ไม่อาจทนรับการโจมตีได้เกินหนึ่งกระบวนท่า
แต่บทบาทของทั้งสองกลับพลิกผัน
ไม่ใช่ว่ากู้ฉางชิงไม่อาจต้านรับกระบวนท่าของซือคงเซิงได้ ทว่าเป็นซือคงเซิงต่างหากที่ไม่อาจต้านรับกระบวนท่าของกู้ฉางชิงได้เลย
หากไม่ได้ยันต์รักษาชีวิตถึงสองชิ้น เกรงว่าอัจฉริยะสูงสุดแห่งวังอสรพิษทมิฬอย่างซือคงเซิงคงต้องจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้
“ฟู่…”
เสียงสูดลมหายใจลึกดังขึ้นจากผู้คนรอบด้าน หลายคนไม่อาจปิดบังความตื่นตระหนกในใจ