หลังจากได้พูดคุยกัน กู้ฉางชิงก็เริ่มเข้าใจเหตุผลที่มู่จื่ออี้ปรากฏตัวบนเกาะม่านสวรรค์แห่งนี้ และเหตุใดนางจึงต้องไปยังแดนลับจักรพรรดิคุน
ไม่นึกเลยว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา เกาะไห่เยว่และตระกูลมู่จะประสบเหตุการณ์พลิกผันเช่นนี้
“หอประมูลไห่เยว่…ข้ายังชอบร่วมงานกับคนรู้จักมากกว่า”
เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากมู่จื่ออี้ กู้ฉางชิงเอ่ยคำนี้ขึ้นมา ซึ่งทำให้มู่จื่ออี้รู้สึกงุนงงอยู่ไม่น้อย
“แดนลับจักรพรรดิคุน เจ้าคงไม่ต้องไปแล้ว พลังของเจ้าอ่อนแอเกินไป เช่นนี้เถอะ เจ้าจงเดินทางไปยังสำนักใจพิสุทธิ์ไปพบกับผู้อาวุโสใหญ่ที่นั่น เขาจะช่วยเจ้าจัดการวิกฤตของตระกูลมู่เอง” กู้ฉางชิงกล่าวต่อ
แม้ผู้นำสำนักใจพิสุทธิ์จะเดินทางไปยังแดนลับจักรพรรดิคุนแล้ว แต่ผู้อาวุโสใหญ่ยังคงอยู่คุ้มกันที่สำนัก
“อะไรนะ?”
มู่จื่ออี้ถึงกับตะลึงงัน
ไปหาสำนักใจพิสุทธิ์? แล้วจะแก้วิกฤตของตระกูลมู่ได้อย่างไร?
นางไม่ใช่ไม่รู้จักสำนักใจพิสุทธิ์ สำนักนี้คือขุมกำลังระดับราชาที่เพิ่งตั้งตัวขึ้นในแถบทะเลใต้ และภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังเลื่อนขั้น ก็มีผู้บรรลุถึงขอบเขตราชาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน!
สำนักใจพิสุทธิ์ในตอนนี้ เรียกได้ว่ากำลังรุ่งเรืองสุดขีดในแถบหมื่นอสูรทะเลใต้
“แต่…ข้าไม่รู้จักผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักใจพิสุทธิ์เลย…”
คำพูดของกู้ฉางชิงต่อจากนั้น ทำให้นางถึงกับตกตะลึงอีกครั้ง