หากไม่ใช่เพราะอันหยางใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน นางคงไม่มีวันยอมให้บุตรชายของตนแต่งงานกับสตรีจากตระกูลเล็ก ๆ เช่นนี้
“ผู้อาวุโสที่สองของตระกูลมีพลังเพียงขอบเขตวิบากกรรมขั้นสองเท่านั้น”
มารดาของอันหยางเพียงมองปราดเดียวก็จับพลังของผู้อาวุโสที่สองได้ นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดูแคลน
ในตระกูลอันด้วยขอบเขตวิบากกรรมขั้นสอง แม้แต่ตำแหน่งผู้ดูแลก็ยังไม่เหมาะสม
แต่ในตระกูลเล็ก ๆ เช่นตระกูลกู้ กลับสามารถดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้อาวุโสที่สอง
น่าหัวเราะนัก!
“ตระกูลกู้ ส่งมาแค่ผู้อาวุโสที่สองคนเดียวออกมาต้อนรับอย่างนั้นหรือ? แล้วหัวหน้าตระกูลของพวกเจ้าเล่า? เหตุใดถึงไม่ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง?” มารดาของอันหยางกวาดตามองไปรอบ ๆ และพบว่าในกลุ่มผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลกู้ มีเพียงผู้อาวุโสที่สองเท่านั้นที่ออกมาต้อนรับ ความไม่พอใจในใจของนางยิ่งเพิ่มมากขึ้น
จนถึงขั้นเริ่มมีโทสะเร้นลึก
ตระกูลกู้ช่างไม่ให้เกียรติตระกูลอันเลย
การที่ตระกูลอันเดินทางมาเพื่อการหมั้นหมายครั้งนี้ ถึงกับให้หัวหน้าตระกูลมาเอง แต่ทางตระกูลกู้กลับส่งเพียงผู้อาวุโสที่สองมาต้อนรับ
นี่มันดูถูกกันเกินไปแล้ว
“หัวหน้าตระกูลกำลังรอพวกท่านอยู่ในห้องรับรอง…” ผู้อาวุโสที่สองขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางสังเกตว่ามารดาของอันหยางดูเหมือนจะมีท่าทีไม่เป็นมิตร
“หัวหน้าตระกูลกู้ช่างมีเกียรติเสียนี่กระไร!”
“ท่านแม่!”