“ถ้าข้าไม่ตกลงล่ะ?”
คำพูดของเจ้าสำนักแสงทองทำให้บรรยากาศในที่นั้นตึงเครียดขึ้นทันที
หัวหน้าฟูหลิงเจียวหัวเราะเยาะ “ถ้าเจ้าไม่ตกลง ข้าก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าร่วมกับสำนักใจพิสุทธิ์”
“ตอนนี้สำนักใจพิสุทธิ์มีอาวุโสใหญ่ที่เพิ่งบรรลุครึ่งราชา รวมถึงเฉินอวิ๋นเจ้าสำนัก และข้ายังมีผู้แข็งแกร่งอีกสองคนในฟูหลิงเจียว รวมกันเป็นสี่ครึ่งราชา…น่ากลัวใช่ไหม?”
คำพูดของหัวหน้าฟูหลิงเจียวเต็มไปด้วยความข่มขู่
ในขณะเดียวกัน คนของสำนักใจพิสุทธิ์ต่างพากันมีสีหน้าหม่นหมอง
สำนักใจพิสุทธิ์ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในสองสำนักชั้นนำแห่งหมู่เกาะหลันซี กลับต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนปลาอยู่บนเขียง รอให้คนมาชำแหละ
“ตกลง ข้ายอมแล้ว”
คำพูดนี้หลุดออกจากปากของเจ้าสำนักแสงทองราวกับกัดฟันพูด
เขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น แต่ไม่มีทางเลือกอื่น
ดังที่หัวหน้าฟูหลิงเจียวกล่าวไว้ หากฟูหลิงเจียวจับมือกับสำนักใจพิสุทธิ์จริง ๆ นั่นจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขา
“ฮ่า ๆ ๆ เจ้ายอดเยี่ยมมาก ข้าชอบคนที่รู้จักพูดง่ายแบบเจ้า สบายใจได้ ข้าจะไม่รับผลประโยชน์โดยไม่ทำอะไรให้เป็นการตอบแทน เจ้าสำนักใจพิสุทธิ์ ข้าจะเป็นคนจัดการเอง”
ในระหว่างการพูดคุย พวกเขาได้แบ่งผลประโยชน์ของสำนักใจพิสุทธิ์ออกไปเรียบร้อยแล้ว
คนของสำนักใจพิสุทธิ์ต่างรู้สึกใจหาย