แค่สำนักแสงทองและสำนักหมื่นแปรผันจับมือกันก็เพียงพอที่จะผลักดันสำนักใจพิสุทธิ์ไปสู่ทางตันอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้มีฟูหลิงเจียวซึ่งแข็งแกร่งไม่น้อยกว่าพวกนั้นเข้ามาอีก
นี่มันชะตากรรมฟ้าลิขิตที่จะลบชื่อสำนักใจพิสุทธิ์ออกไปแล้วหรืออย่างไร…
ทุกคนในสำนักใจพิสุทธิ์เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ทุกท่าน การที่ท่านมานั่งแบ่งผลประโยชน์ของสำนักใจพิสุทธิ์อยู่ต่อหน้าข้าแบบนี้ ท่านคิดว่าข้าจะไม่ทำอะไรเลยหรืออย่างไร?”
เสียงเรียบ ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเจ้าสำนักใจพิสุทธิ์ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขาจ้องมองไปยังหัวหน้าฟูหลิงเจียวและเจ้าสำนักแสงทอง
“ท่านเจ้าสำนัก!”
เสียงร้องเรียกของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนักใจพิสุทธิ์ประสานกันดังลั่น
“เฉินอวิ๋น ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัว ข้าคิดว่าเจ้าคงกลัวจนไม่กล้าออกมาเสียแล้ว” เจ้าสำนักแสงทองยังไม่วายกล่าวเย้ยหยัน
“ความบาดหมางระหว่างสองสำนักของเรา วันนี้คงถึงเวลาสิ้นสุดเสียที”
เจ้าสำนักใจพิสุทธิ์มองเขาด้วยแววตาเรียบเฉย ราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “ใช่แล้ว…ถึงเวลาสิ้นสุดจริง ๆ”
จากนั้นเขาหันไปมองหัวหน้าฟูหลิงเจียว “หัวหน้าฟูหลิงเจียว ระหว่างเจ้าและข้าไม่มีความขัดแย้งใด ๆ และระหว่างสำนักใจพิสุทธิ์กับฟูหลิงเจียวก็ไม่เคยมีปัญหา ข้าขอให้โอกาสเจ้า หากเจ้ายอมจากไปในตอนนี้ ข้าจะไม่ถือโทษเอาความเรื่องในวันนี้”
หัวหน้าฟูหลิงเจียวมองเฉินอวิ๋นด้วยสายตาเหมือนมองคนเสียสติ