่เฉินได้ค้นพบแล้ว
เพียงแต่ลู่เฉินไม่ได้รีบเข้าไปทันที แต่ให้กุ่ยเจี๋ยเข้าไปก่อน และมันก็ได้ลงมือจัดการ อักขระค่ายกลนั้นตามเจตนาของลู่เฉิน
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ลู่เฉินหยิบไข่มุกที่รวบรวมพลังจิตออกมา แล้วจัดวางรอบ ๆ บริเวณนั้น สุดท้ายใช้ภูเขาฟ้าเหมันต์รอบทิศทางเป็นค่ายกลขนาดใหญ่ เพื่อให้ไม่มีใครในสถานที่นั้นสามารถหลบหนีได้
แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่วางใจ จึงเพิ่มอักขระยันต์บางส่วนเข้าไป
“คราวนี้ข้าจะดูว่าพวกเจ้าจะหนีอย่างไร” ลู่เฉินยิ้มอย่างลึกลับ แล้วบังคับใช้เคล็ดวิชาสายฟ้า วิญญาณพุ่งเข้าไปในโพรงนั้นทันที
ภายในโพรงนั้น ช่วงแรกมืดมิดไปทั่ว
แต่หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่ง ทุกทิศทางก็ค่อย ๆ มีแสงพลังจิตสีน้ำเงินปรากฏขึ้น และพลังจิตก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ มองเห็นคนคนหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่ที่นั่นด้วย
ชายผู้นี้สวมเกราะสีน้ำเงิน และยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น นิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน
ทว่าเมื่อลู่เฉินปรากฏตัว ชายผู้นี้ก็หันหน้ามาอย่างกะทันหัน สายตาคมกริบจับจ้องไปทางลู่เฉิน”ใครกัน!”
“ข้าอยู่หน่วยปฏิบัติการ” ลู่เฉินเอ่ยเหตุผลขึ้นมาสุ่มสี่สุ่มห้า
“ข้ารู้จักหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการทุกคน แต่ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนเลย” ชายผู้นั้นเริ่มระวังตัว และขณะความคิดแล่นผ่านจิตใจ สิ่งประหลาดลึกลับสีน้ำเงินก็ปรากฏขึ้น พร้อมห้อมล้อมลู่เฉินไว้
ขั้นแปลงเซียนระดับสมบูรณ์
แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ป