ด้สักระยะหนึ่ง ก็มาถึงบริเวณด้านหน้าของแนวภูเขาฟ้าเหมันต์ เนื่องจากขณะนี้เป็นยามค่ำคืน ทุกทิศทางจึงดูมืดหม่น
แต่บางจุดกลับมีแสงสีน้ำเงินจาง ๆ เปล่งประกายระยิบระยับ
“สิ่งเหล่านี้คืออะไร?” นี่เป็นครั้งแรกที่มา ลู่เฉินจึงถามด้วยความอยากรู้
“ก้อนหินบางก้อนในภูเขาฟ้าเหมันต์แห่งนี้ จะปล่อยแสงสีน้ำเงินออกมา” ประมุขตระกูลเทียนอธิบาย
หลังจากชายหนุ่มเข้าใจแล้ว จึงพูดกับประมุขตระกูลเทียนว่า “ดี งั้นท่านก็กลับไปได้แล้ว”
“กลับไป?” ประมุขตระกูลเทียนตกใจไปชั่วขณะ
ลู่เฉินพยักหน้า แล้วพูดว่า “ข้ามีธุระต้องทำที่นี่ แต่ไม่ต้องการให้ใครมารบกวน”
ประมุขตระกูลเทียนรู้จักกาลเทศะดี “เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้ และหากมีสิ่งใดต้องการ มาหาข้าได้เลย”
ลู่เฉินพยักหน้า จากนั้นประมุขตระกูลเทียนก็หันหลังจากไป
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็นั่งขัดสมาธิลง แล้วบังคับใช้วิชาหมื่นวิญญาณ
ช่วงแรกทุกทิศทางนั้นเงียบสงัด ไม่พบสิ่งใดเลย แต่หลังจากผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ลู่เฉินก็พบเงื่อนงำ แล้วยกยิ้มเล็กน้อย “คราวนี้ข้าจะดูว่าพวกเจ้าจะหนีอย่างไร”
ลู่เฉินลุกขึ้นยืน แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง
จนกระทั่งหนึ่งเค่อผ่านไป ชายหนุ่มมก็มาถึงริมหน้าผา ภูเขาน้ำแข็งแห่งหนึ่งแล้วหยุดลง เพราะใต้หน้าผาภูเขาน้ำแข็งนั้นมีโพรงเล็ก ๆ อยู่ และภายในมีอักขระค่ายกลสลักไว้
เนื่องจากภูตผีนั้นอ่อนแอมาก คนทั่วไปจึงแทบไม่สามารถค้นพบ การมีอยู่ของมันได้ แต่ลู