นพูดเอง หรือท่านคิดเอาเอง?” หัวหน้าผู้ดูแลซักถามขึ้น
“เรื่องนี้…” เทียนเซียวไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ในขณะนั้นเอง ลู่เฉินเอ่ยปากขึ้น “เป็นข้าพูดเอง”
องครักษ์เหล่านี้ไม่กล้าทำอะไรเกินเลยต่อคุณชายหก แต่ลู่เฉินเป็นคนนอก พวกเขาจึงวางใจขึ้น นอกจากนี้บางคนยังเยาะเย้ยขึ้นมาอีก “ไอ้หนู ถ้าโรคของคุณชายหกรักษาได้ง่ายขนาดนั้น ผู้อาวุโสของโรงเหล้าฟ้าเหมันต์พวกข้า คงรักษาหายไปนานแล้ว จะต้องรอถึงตาเจ้าหรือ?”
“ใช่!”
“ไอ้หนู เจ้าไม่ใช่คนหลอกลวงหรอกนะ?”
ภายในชั่วพริบตา ทุกคนต่างคิดว่าลู่เฉินเป็นคนหลอกลวง แต่เทียนเซียวรู้ว่าลู่เฉินไม่ใช่ จึงพูดกับทุกคนว่า “เขาไม่ใช่!”
แต่ไม่มีใครเชื่อ ส่วนหัวหน้าผู้ดูแลกลับมองไปยังลู่เฉินอย่างเย็นชา “ไอ้หนู ถ้าเจ้าไม่อยากตาย ก็รีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
“ตาย?” ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย
ทุกคนไม่คาดว่าลู่เฉินจะยังกล้ายิ้มออกมา
หัวหน้าผู้ดูแลยิ่งมองไปยังลู่เฉินอย่างเย็นเฉียบ “ไอ้หนู เจ้าคิดว่าข้าล้อเล่นกับเจ้าหรือ?”
“ข้ามาด้วยความหวังดีเพื่อช่วยเหลือ ถ้าพวกท่านไม่เชื่อ ข้าจะไปก็แล้วกัน” ลู่เฉินพูดจบก็หันหลังจากไป
ทุกคนคิดว่าลู่เฉินถูกขู่จนหนีไป แต่เทียนเซียวตามติดเขา อีกทั้งยังคว้าแขนของลู่เฉินไว้ “ท่านไปไม่ได้นะ”
“แต่คนที่นี่ของพวกเจ้าไม่ต้อนรับข้า” ลู่เฉินตอบ
เทียนเซียวพลันร้อนใจขึ้นมา เขาหันไปมองหัวหน้าผู้ดูแล “หัวหน้าผู้ดูแล ถ้าเจ้าไม่ยอมให้ข้าพาคนขึ้นไป ข้าจะตายตรงนี้ทัน