าของผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณเปลี่ยนไปชั่วขณะ “นี่คือ…”
“เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าทรยศข้า แต่เจ้าวางใจได้ ในเมื่อข้าบอกว่าจะเก็บเจ้าเอาไว้ ย่อมไม่ทำร้ายเจ้า” ลู่เฉินมองเขาพร้อมรอยยิ้ม
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณรู้ว่าตนเองไม่มีทางไปแล้ว จึงทำได้เพียงถอนหายใจและพูดว่า “ก็ได้”
เมื่อชายหนุ่มเห็นว่าตนเองสามารถจับหัวหน้ากลุ่มสักคนได้แล้ว ก็พูดด้วยใบหน้าเปี่ยมด้วยความตื่นเต้นว่า “พูดมาเถอะ กองบัญชาใหญ่ของพันธมิตรพวกเจ้าอยู่ที่ไหน”
“เรื่องนี้… ข้าไม่รู้” ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณตอบ
“เจ้าไม่รู้หรือ?” ลู่เฉินไม่เชื่อ
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณรีบอธิบายว่า “ฟังข้าอธิบายก่อน”
“พูดมา”
“พันธมิตรชิงรากวิญญาณมีหัวหน้ากลุ่มมากมาย และข้าเป็นเพียงหนึ่งในนั้น เหนือพวกข้าขึ้นไปยังมีเจ้าเมือง”
“เจ้าเมือง?” ลู่เฉินสงสัย
“ทุกพื้นที่จะมีผู้ดูแลหนึ่งคน เรียกว่าเจ้าเมือง เช่น พระราชวังสินธุเหมันต์ของพื้นที่ที่เจ็ดแห่งนี้ก็มีเจ้าเมืองหนึ่งคน ชื่อว่าชีเสวี่ย”
ลู่เฉินที่ได้ยินถึงตรงนี้ก็ถามว่า “เช่นนั้นคนที่สั่งให้คนมาฆ่าและจัดการข้า ก็เป็นคำสั่งที่เจ้าเมืองคนนั้นสั่งเจ้ามาใช่หรือไม่?”
“ใช่ เจ้าเมืองมอบคำสั่งลงมาให้ข้า จากนั้นข้าก็แจ้งต่อให้สมาชิกในกลุ่มของข้าอีกที” ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณอธิบายทีละเรื่อง
ลู่เฉินพยักหน้าแล้วถามว่า “แล้วในพื้นที่ที่เจ็ดแห่งนี้ มีหัวหน้าแบบเจ้ากี่คน?”
“ความจริงแล้วหัวหน้ากลุ่มไม่ได้มีมาก แต่มีไม่น้อยที่รับผิดชอ