ศษอายุหนึ่งแสนปีสามลูก ก็สามารถซื้อสุราชั้นเลิศที่สุดในร้านนี้ได้” ชายตาบอดตอบตรง ๆ
ผู้คนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นต่างสูดหายใจเฮือกใหญ่ “หนึ่งแสนปี?”
“ตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่โรงเตี๊ยมต้องใช้ของมีค่าขนาดนี้มาแลกเปลี่ยน”
“ข้าว่าชายตาบอดผู้นี้กำลังจงใจยั่วโมโหเขาแน่ ๆ” มีคนสงสัยกล่าว
แต่ในใจของลู่เฉินกลับรู้สึกสงสัยว่า อีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าตนมีผลไม้วิเศษอายุหนึ่งแสนปี ทั้ง ๆ ที่ผลไม้พวกนี้ตนตั้งใจจะเอาไว้ทำการค้ากับผู้อื่นด้วยซ้ำ
“ข้าเห็นว่าบนตัวเจ้ามีผลไม้ชนิดนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว” ชายตาบอดพูดประโยคที่ทำให้ทุกคนตะลึงงัน
ลู่เฉินกลับยิ้มบาง ๆ “ไม่ว่าข้าจะมีอะไร เจ้ารู้หมดเลยหรือ”
“หรือว่าเจ้าไม่รู้ฉายาของข้า” ชายตาบอดมองดูลู่เฉินพลางยิ้ม
“อ้อ? ฉายาอะไร”
“จมูกทะลุฟ้า ดังนั้นทุกคนจึงชอบเรียกข้าว่า ราชาตาบอดจมูกเทพ” ชายตาบอดมองลู่เฉินพลางยิ้ม
ลู่เฉินเคยได้ยินสมญานามมามากมาย แต่คราวนี้เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ช่างน่าสนุกจริง ๆ”
“เป็นอย่างไร? จะแลกหรือไม่?”
“อยากแลก แต่ข้าไม่ต้องการสุรา” ชายหนุ่มจ้องมองชายตาบอดพลางยิ้มพูด
“ไม่ต้องการสุรา แล้วเจ้าต้องการอะไร?” ชายตาบอดถามอย่างสงสัย
ลู่เฉินหัวเราะขึ้น “ข้าต้องการคนผู้หนึ่ง”
ทุกคนที่ได้ยินต่างสงสัยว่า ลู่เฉินต้องการคนอะไร
ชายตาบอดยิ้มบาง ๆ “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ซื้อขายข่าวสาร ยิ่งไม่ใช่สถานที่ค้ามนุษย์ ดังนั้นเรื่องที่เจ้าต้อ