ยอมสวามิภักดิ์ต่อข้า และข้าจะไม่บังคับให้เจ้าทำในสิ่งที่ไม่เต็มใจ” ลู่เฉินกล่าวกับอวิ๋นเมิ่งหนิง
อวิ๋นเมิ่งหนิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วกัดฟันตอบ “ได้!”
ชายหนุ่มประทับตราประทับภูต และฝังอักขระยันต์หุ่นเชิดลงใน คำสั่งสังหารล่าค่าหัวของนาง ด้วยวิธีนี้ทั้งคำสั่งสังหารล่าค่าหัวและวิญญาณ จึงถูกลู่เฉินควบคุมไว้ จากนั้นเขาจึงเอ่ยถาม “บอกมา เจ้ามีความสัมพันธ์อะไรกับอู่กู่ผู้นี้”
“เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มพื้นที่ที่เจ็ด ส่วนข้าเป็นสมาชิกในกลุ่มของเขา คราวก่อนเขาเจอเหตุอันตราย จึงสั่งให้ข้าไปช่วย แต่ข้าไปไม่ทัน อีกทั้งยังออกจากทะเลภูเขามารตามอำเภอใจไม่ได้ จึงได้ลงประกาศภารกิจ” อวิ๋นเมิ่งหนิงอธิบายทีละประเด็น
ลู่เฉินจ้องมองอวิ๋นเมิ่งหนิง “แล้วหลังจากช่วยออกมาได้ เขาไปที่ไหน”
“เมื่อมาถึงทะเลภูเขามาร เขาก็ซ่อนตัวรักษาอาการบาดเจ็บ”
“หาตัวเขาได้หรือไม่” ลู่เฉินจ้องมองอวิ๋นเมิ่งหนิง
อวิ๋นเมิ่งหนิงเผยสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนลู่เฉินยิ้มบาง ๆ “ตอนนี้เจ้าหลุดพ้นจากโซ่พันธนาการแล้ว อย่าได้หวาดกลัวพวกเขาอีก”
“ข้าบอกท่านได้ แต่จะไม่ไปกับท่าน ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะลงมือกับข้า และรู้ว่าข้าเป็นคนเปิดเผยที่ซ่อน” อวิ๋นเมิ่งหนิงกล่าวด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
ลู่เฉินพยักหน้า “ได้”
จากนั้นอวิ๋นเมิ่งหนิงจึงบอกที่ซ่อนของอู่กู่ให้ลู่เฉินรู้ จากนั้นชายหนุ่มจึงถอนตัวออกจากจิตสำนึกของนาง ก่อนจะเดินออกจากม่านพลังนั้น
ถังอิงเห็นลู่เฉินออกมา