าวว่า “ก็แค่มีอักขระยันต์เพิ่มมาเท่านั้นเอง”
“เจ้าคิดว่านี่เป็นแค่อักขระยันต์ธรรมดาหรือ?” อวิ๋นเมิ่งหนิงหัวเราะเสียงประหลาด
“ข้ารู้ มันเป็นอักขระยันต์เซียนชนิดหนึ่ง แต่เป็นเพียงของที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น” เขากล่าวราวกับมองทะลุทุกอย่างได้
อวิ๋นเมิ่งหนิงเห็นลู่เฉินจำได้ จึงยั่วยุ “รู้ด้วยหรือ งั้นเจ้าก็ควรรู้ว่ามันน่ากลัวแค่ไหน”
“น่ากลัวก็น่ากลัว แต่ไม่มีผลอะไรกับข้าหรอก” ชายหนุ่มไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“ไม่มีผลงั้นหรือ? หรือว่าเจ้าคิดว่าตัวเองจะเข้ามาได้?” อวิ๋นเมิ่งหนิงเยาะเย้ย
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร แต่กลับลงมือจัดการกับอักขระยันต์
อวิ๋นเมิ่งหนิงที่มองดูอยู่พูดขึ้นมาว่า “อย่ามาเสแสร้งแสดงไปเรื่อยหน่อยเลย ไม่มีประโยชน์หรอก!”
ถังอิงตอบกลับไปว่า “เจ้าว่าไม่มีประโยชน์ ก็ต้องไม่มีประโยชน์งั้นหรือ?”
“นั่นไม่ใช่คำถามโง่ ๆ หรือ?” อวิ๋นเมิ่งหนิงพูดอย่างมั่นใจ
ทว่าถังอิงกลับเชื่อในลู่เฉินและเดินมาถามข้าง ๆ ชายหนุ่มว่า “เจ้าหนู เจ้าสามารถทำลายสิ่งนี้ได้หรือไม่?”
“ง่ายมาก” ลู่เฉินตอบ
“ง่ายหรือ?” ถังอิ๋งถามอย่างสงสัย
อวิ๋นเมิ่งหนิงหัวเราะเยาะ “ช่างหยิ่งผยองจริง ๆ!”
ในเวลานั้นเอง ชายหนุ่มเดินผ่านสิ่งประหลาดลึกลับเข้าไปด้านใน ทำให้สีหน้าของอวิ๋นเมิ่งหนิงเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด นางจ้องมองลู่เฉินเขม็ง “ไอ้หนู เจ้า… เจ้าเข้ามาได้อย่างไร!”
“ข้าบอกแล้วว่าสามารถทำลายมันได้” ลู่เฉินมองนางพร้อมรอยยิ้ม
อวิ