และเห็นได้ชัดว่าชายชราผู้นี้คือเจ้าสำนัก
ทว่าเหนือศีรษะของเจ้าสำนักผู้นี้มีกระบี่สีดำเล่มหนึ่ง กระบี่นั้นกำลังหมุนวน และวิญญาณของเจ้าสำนักดูเจ็บปวดมาก
ถังอิงสงสัย “พวกเขากำลังทำอะไรกัน?”
“กำลังทำให้วิญญาณของเจ้าสำนักผู้นี้ กลายเป็นศาสตราวุธวิญญาณ”
“อะไรนะ!?” ถังอิงตกใจ ขณะที่อวิ๋นเมิ่งหนิงเห็นพวกลู่เฉินแล้ว จึงหันมามองคนนอกม่านพลังพลางยิ้มและพูดว่า “ไม่นึกว่าพวกเจ้าจะตามมาเจอ”
ลู่เฉินจ้องมองอวิ๋นเมิ่งหนิงผู้นี้ “ภารกิจนี้เจ้าเป็นคนประกาศ”
เมื่อถูกจับได้ อวิ๋นเมิ่งหนิงจึงพูดตรง ๆ ออกไปเลยว่า “ใช่”
“อู่กู่เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า?” ชายหนุ่มถามอวิ๋นเมิ่งหนิงต่อ
อวิ๋นเมิ่งหนิงยืนเอามือไพล่ไว้ด้านหลัง นางมองลู่เฉินพลางหัวเราะ “ไอ้หนู เจ้าสั่งให้ข้าบอก ข้าก็ต้องบอกเจ้าด้วยหรือ?”
“งั้นต้องรอให้ข้าจับเจ้าให้ได้ก่อน” ลู่เฉินจ้องมองอวิ๋นเมิ่งหนิงพลางกล่าว
“ไร้ประโยชน์ ต่อให้เจ้าเป็นเซียน ก็ยังไม่แน่ว่าจะบุกเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้” อวิ๋นเมิ่งหนิงกล่าวอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
ลู่เฉินเดินเข้าไป ทว่าแสงสีเขียวสิ่งประหลาดลึกลับ ก็ผลักให้เขาถอยกลับมา ส่วนถังอิงถามด้วยความห่วงใย “เป็นอย่างไรบ้าง ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
“ไม่มีอะไร” ชายหนุ่มไม่ได้ใส่ใจ อีกทั้งยังปัดฝุ่นบนตัวพลางยิ้ม
ถังอิงจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
อวิ๋นเมิ่งหนิงหัวเราะเยาะ “เป็นอย่างไร รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าที่นี่ไม่ธรรมดา”
ลู่เฉินมองแล้วกล่