ยพืชพรรณมากมาย แม้เจ้าจะถอนพืชพรรณที่นี่ทั้งหมด เขาก็สามารถไปหลบซ่อนที่อื่นได้” เขาอธิบาย
ถังอิงสงสัย “นั่นมันไม่ใช่การเอาเปรียบหรือ? แล้วจะจัดการเขายังไง?”
ลู่เฉินไม่พูดอะไร แต่มองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “ออกมาเถอะ ไม่เช่นนั้นข้าจะทำลายจิตวิญญาณของพืชพรรณรอบ ๆ ทั้งหมด และเมื่อถึงตอนนั้นความสูญเสียของเจ้าก็จะมากมายแล้ว”
”เจ้าอย่ามาข่มขู่ข้า” นักบวชชราบ่นอุบอิบ
ชายหนุ่มแย้มยิ้มบาง ๆ “อย่างไร? ไม่เชื่อหรือ?”
”พูดจาเหลวไหล แน่นอนว่าข้าไม่เชื่อ!” นักบวชชราตอบอย่างมั่นใจ
ลู่เฉินยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ถ้าเช่นนั้นก็ดี อย่าได้โทษข้าแล้วกัน”
พูดจบ เขาก็นั่งขัดสมาธิ ส่วนนักบวชชราบ่นพึมพำ “อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระ”
ถังอิงรู้สึกสงสัยว่า ลู่เฉินกำลังจะทำอะไร
ในเวลานั้นเอง ลู่เฉินได้ใช้วิชาหมื่นวิญญาณ ดูดซับพลังจากพืชพรรณโดยรอบ ทำให้พืชเหล่านั้นเหี่ยวเฉาลงทันที ส่วนนักบวชชราที่ซ่อนตัวอยู่ในนั้นก็ร้อนรนขึ้นมา
เพราะตอนนี้นักบวชชราเป็นหนึ่งเดียวกับพืชพรรณเหล่านี้ เมื่อลู่เฉินดูดพลังจากพืช ก็เหมือนกำลังดูดพลังของเขาด้วย จนทำให้เขาตกใจและต้องรวบรวมพลังสร้างเงาร่างขึ้นมา “พอแล้ว หยุดเถอะ!”
ถังอิงไม่คิดว่าเจ้าสำนักผู้นี้ จะถูกข่มขู่ให้ออกมาได้ง่าย ๆ เช่นนั้น
ลู่เฉินลุกขึ้นยืนและมองไปทางนักบวชชรา “อย่างไร? พร้อมจะพูดแล้วหรือ?”
”ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้ามารบกวนเท่านั้นเอง” นักบวชชราตอบกลับอย่างไร้ยางอาย
เขายิ้มบาง ๆ