“ถ้าเช่นนั้นก็ดี ตอบคำถามข้าให้ดีเถอะ”
”ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากรู้เรื่องอะไร” ขณะนี้นักบวชชราก็ยังคงพยายาม รักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิดเอาไว้ เขาไม่อยากยอมรับว่าตนพ่ายแพ้ให้แก่ลู่เฉิน
ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายพลางยิ้ม “สองคนที่ข้าต้องการถาม หนึ่งในนั้นคือโครงกระดูกนี่”
”เจ้าอยากรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนหรือ?” นักบวชชราถามราวกับเข้าใจบางอย่าง
”ถูกต้อง!”
”พวกเขาซ่อนตัวพักฟื้นอยู่บนภูเขาแถวนี้ แต่ที่นั่นไม่เหมาะกับพวกเจ้าหรอก” นักบวชชราพูดข่มขู่
”เพราะเหตุใด?” ลู่เฉินอยากรู้
”ที่นั่นเต็มไปด้วยกลิ่นอายซากศพและพิษ คนทั่วไปจึงไม่อาจเหยียบย่างเข้าไปได้” นักบวชชราอธิบาย
ลู่เฉินเคยรู้สึกถึงพิษในบริเวณหนึ่งมาก่อน จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองนักบวชชรา “เช่นนั้นหรือ งั้นพาข้าไปเถิด”
”พาไป?” นักบวชชราถามอย่างไม่เต็มใจ
”อย่างไร? มีปัญหาหรือ?”
”ไอ้หนู ข้าตกลงตอบคำถามเจ้า แต่ไม่ได้ตกลงจะพาเจ้าไปหาพวกเขานะ” นักบวชชราพูดอย่างไม่พอใจ
”งั้นพวกเราลองประลองกันอีกรอบดีหรือไม่?” เขาย้อนถาม
นักบวชชราได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดอย่างหงุดหงิด “ช่างเถอะ พูดกับเจ้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ!”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ แล้วให้นักบวชชรานำทาง
นักบวชชราทำได้เพียงนำทางอย่างหงุดหงิดใจ
…
ระหว่างทาง นักบวชชราลอยไปดุจเงาสีเขียวริ้วหนึ่ง แต่ในใจกลับคิดหาทางหลบหนี
แต่ลู่เฉินเตือนว่า “หากเจ้าคิดจะหลบหนี ข้าจะทำลายพืชพรรณร