อบ ๆ นี้ทั้งหมด โดยเฉพาะพวกที่อายุหมื่นปี”
เมื่อได้ยินดังนั้น นักบวชชราก็หงุดหงิด “เอาเถอะ ข้าจะไม่หนี”
”ดีแล้ว” ชายหนุ่มมองนักบวชชราพลางยิ้ม
นักบวชชราสาปแช่งในใจ ส่วนถังอิงที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวชื่นชม “เจ้าช่างมีวิธีการจริง ๆ”
”คนแบบนี้ต้องตีให้หลาบจำ เขาถึงจะรู้ว่าตัวเองอ่อนแอแค่ไหน” คำพูดของลู่เฉินทำให้ถังอิงอดหัวเราะไม่ได้ “นั่นเป็นเพราะเจ้าแข็งแกร่ง หากเป็นคนอื่นคงโดนจัดการไปแล้ว”
ลู่เฉินหัวเราะเบา ๆ และไม่ได้พูดอะไรมาก ส่วนนักบวชชรานั้นเดินไปประมาณหนึ่งเค่อ ก็มาถึงบริเวณพื้นที่รอบนอกที่เต็มไปด้วยหมอกสีเทา จากนั้นก็พูดกับลู่เฉินว่า “เห็นหรือไม่ ล้วนเป็นพิษทั้งนั้น”
”ดูไม่เห็นจะมีอะไร” เขามองแล้วพูด
”ไม่มีอะไรงั้นหรือ? ไอ้หนู เจ้าลองโยนหินแห่งวิญญาณที่ไม่ใช้แล้วเข้าไปดูสิ” นักบวชชราเห็นลู่เฉินหยิ่งผยองเช่นนั้น ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
ลู่เฉินหยิบหินแห่งวิญญาณที่ไม่ใช้ขึ้นมา แล้วโยนไปทางนั้น
ทันใดนั้นหินแห่งวิญญาณที่ไม่ใช้พวกนี้ ก็กลายเป็นสีเทาทันที ก่อนสุดท้ายจะแตกร้าวทีละก้อน พร้อมกลายเป็นผงละเอียดแล้วสลายไป
ถังอิงตกใจ ส่วนนักบวชชราพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “เห็นหรือไม่ พิษเหล่านี้ไม่ใช่พิษธรรมดา!”
ลู่เฉินพลันหัวเราะขึ้นมา
”หัวเราะอะไร?” นักบวชชราไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหัวเราะเรื่องอะไร
ชายหนุ่มมองนักบวชชรา ก่อนจะหัวเราะอย่างประหลาดพลางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าข้าต้องให้เจ้าได้เห็น ความสามารถข