ุกคนเห็นว่ามีเหตุผล จึงเริ่มขยับกำปั้นเตรียมพร้อม
เจ้าสำนักรีบพาทุกคนออกจากที่นี่
และเมื่อคนเหล่านั้นปรากฏตัวอีกครั้ง พวกเขาก็มายืนอยู่ในลานของวังทะเลภูเขา และบริเวณทางเข้าลานนั้น ลู่เฉินกับถังอิงก็กำลังเดินเข้ามา
ถังอิงตกใจเมื่อเห็นคนแก่มากมายเช่นนั้น “คนเยอะจัง”
“ผู้อาวุโสจากวังทะเลภูเขาคงจะตกอยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้ว” ลู่เฉินไม่ได้ตกใจแต่กลับหัวเราะออกมา
ถังอิงรู้สึกงุนงง “เจ้า… ยังมีอารมณ์จะหัวเราะอีกหรือ?”
“ทำไมข้าจะหัวเราะไม่ได้เล่า?”
ถังอิงไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนอวิ๋นเมิ่งหนิงพูดเสียงเย็นชาว่า “ไอ้หนู เจ้ามีฝีมือไม่น้อยเลยนะ ถึงกับเดินออกมาจากทะเลผีได้”
“ในเมื่อรู้ว่าข้ามีฝีมือไม่น้อย ก็ส่งคนให้ข้าเถอะ” ลู่เฉินมองนางพลางยิ้ม
อวิ๋นเมิ่งหนิงชี้ไปรอบ ๆ “เห็นหรือไม่ เหล่าผู้อาวุโสจากวังทะเลภูเขาล้วนอยู่ที่นี่แล้ว และเจ้า ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจต่อกรกับพวกเราได้!”
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง “แค่พวกกระจอกอย่างพวกเจ้าน่ะหรือ?”
“กระจอก? ไอ้หนู เจ้าหยิ่งยโสเกินไปแล้วนะ!” อวิ๋นเมิ่งหนิงโกรธที่ลู่เฉินแสดงความหยิ่งผยอง
ลู่เฉินหันไปมองโครงกระดูก “เจ้าน่าจะถามเจ้าสำนักของเจ้าดู ว่าเขาคิดเช่นนั้นหรือไม่?”
อวิ๋นเมิ่งหนิงย่อมไม่ถามคำถามไร้สาระเช่นนั้น ส่วนเจ้าสำนักมองไปรอบ ๆ พลางพูดเสียงเย็นชา “อย่าเสียเวลาพูดกับมัน พวกเราโจมตีพร้อมกันเลย!”
ทุกคนเตรียมพร้อมทันที แต่ชายหนุ่มกลับพูด