ียงกัดฟันทนพลางบ่นออกมาว่า “ที่นี่มันที่บ้าอะไรกัน?”
ลู่เฉินเหลียวมองไปรอบ ๆ พลางกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าทะเลผีมีวิญญาณมากมายหรือ?”
ถังอิงเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน “ดูเหมือนจะมีแต่กลิ่นอายซากศพจริง ๆ ไม่เห็นมีอะไรที่แตกต่างออกไปเลย”
ทว่าในตอนนั้นเอง มีเงาสีขาวหนึ่งปรากฏขึ้นตรงด้านหน้า และเมื่อมองอย่างละเอียดก็พบว่าเป็นเงาโครงกระดูกสีขาว พร้อมกับดวงตาที่เปล่งแสงสีขาว
เมื่อเห็นเช่นนั้นถังอิงก็ตกใจ “นี่… นี่มันอะไรกัน!?”
ลู่เฉินยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านผู้นี้ก็คือประมุขของวังทะเลภูเขานั่นเอง”
ก่อนหน้านี้อินซานได้ให้ลู่เฉินดูภาพของเจ้าสำนักผู้นี้มาแล้ว ดังนั้นลู่เฉินจึงจำอีกฝ่ายได้ทันที แต่เจ้าสำนักผู้นี้กลับหัวเราะออกมา “เจ้าถึงกับจำข้าได้เลยงั้นหรือ?”
เขามองเจ้าสำนักพลางยิ้ม “มันไม่ได้ยากอะไรนักหรอก”
เจ้าสำนักพูดอย่างภาคภูมิใจ “ใช่ มันไม่ได้ยากอะไร แต่การที่เจ้าจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ น่าจะเป็นไปได้ยากกว่านะ”
ชายหนุ่มหัวเราะพลางกล่าวว่า “เจ้าอยู่รอดได้ ข้าก็ต้องอยู่รอดได้เช่นกัน”
เจ้าสำนักหัวเราะเยาะ “ดูเหมือนข้าต้องแนะนำตัวเองสักหน่อย”
ลู่เฉินย้อนถาม “การแนะนำตัวของเจ้าเกี่ยวอะไรด้วย?”
เจ้าสำนักกล่าวอย่างภาคภูมิ “ข้าคือประมุขแห่งวังทะเลภูเขา แต่ก็ยังมีชื่อหนึ่ง นั่นก็คือกุ่ยเจี่ยน”
ลู่เฉินไม่รู้จักกุ่ยเจี่ยน แต่ถังอิงกลับตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนไป “อะไรนะ!? กุ่ยเจี่ยน ผู้ฝึกวิถีมารอันดับหนึ่งแ