ิกล้มความคิดนั้นเถอะ” เขาตอบ
“อะไรกัน? กลัวแล้วหรือ?” ยายเฒ่าหัวเราะคิดว่าลู่เฉินกลัวแล้ว
แต่ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มพลันลงมือ
เห็นเพียงลู่เฉินหยิบธนูเงามารออกมา แมวมายามารคอยส่งพลังมารให้กับ ธนูของชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกธนูมารปรากฏขึ้นทันที
อินซานอุทานด้วยความประหลาดใจ “พลังมาร?”
ถังอิงรู้สึกเหลือเชื่อยิ่งกว่า “เขาสามารถรวบรวมพลังมาร ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้หรือ?”
ยายเฒ่าหัวเราะที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดตกใจ “เจ้าก็เป็นมารด้วยหรือ?”
“สำคัญด้วยหรือ?”
“เจ้าฝึกทั้งวิชายุทธ์และวิชามารงั้นหรือ?” ยายเฒ่าหัวเราะร้องถามด้วยความตกใจ
“เป็นแล้วอย่างไร? ไม่เป็นแล้วอย่างไร?” ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย
ยายเฒ่าหัวเราะแค่นเสียง “ถึงจะเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ไม่มีทางทำร้ายข้าได้หรอก”
พูดจบ ยายเฒ่าหัวเราะก็เคลื่อนไหวราวกับเงา หลบเลี้ยวไปมาในหมอกหนา เพื่อไม่ให้ลู่เฉินมีโอกาสทำร้ายตน
อินซานที่มองอยู่อุทานด้วยความตื่นตะลึง “รวดเร็วเหลือเกิน!”
ถังอิงกลับเย้ยว่า “ยายเฒ่าของพวกเจ้าช่างขี้ขลาดจริง ๆ!”
อินซานพูดอย่างเก้อเขิน “นั่นเป็นเพราะนายท่านเก่งกาจเกินไปต่างหาก”
ถังอิงหัวเราะ “แน่นอนสิ บุรุษของข้าเก่งกาจมากเลยล่ะ!”
อินซานถึงกับพูดไม่ออก ขณะที่ยายเฒ่าหัวเราะเยาะเย้ยลู่เฉินว่า “ไอ้หนู เจ้าทำร้ายข้าไม่ได้หรอก”
“ทำร้ายเจ้าไม่ได้งั้นหรือ? เจ้าคิดให้ดีแล้วหรือที่พูดเช่นนี้” ลู่เฉินหัวเราะ
“พูดเหลวไหล เจ้าทำร้ายข้าไม่ได