?”
“ข้าก็นึกว่าใครซะอีก ที่แท้ก็คือหัวหน้าปรมาจารย์ ค่ายกลหญิงแห่งวังทะเลภูเขา เยี่ยหั่วนี่เอง”
“ในเมื่อเจ้ารู้จักข้า ก็ควรรู้ถึงความสามารถของข้าด้วย” หญิงสาวที่ชื่อเยี่ยหั่วเอ่ยเย้ยหยันจากที่มืด
แต่ถังอิงกลับหัวเราะพลางกล่าว “เจ้าจะมีความสามารถอะไรกัน?”
“คราวที่แล้วหากเจ้าไม่หนีเร็ว ข้าก็จับกุมเจ้าได้แล้ว”
“คราวที่แล้วพวกเจ้ามีคนมาก แต่คราวนี้ข้ามีบุรุษของตนเองแล้ว อีกทั้งเขายังเก่งกาจ ถึงกับสามารถจัดการพวกองครักษ์เสื้อคลุมดำ ของพวกเจ้าได้หมดเลย” ถังอิงชี้ไปทางลู่เฉินพลางกล่าวอย่างภาคภูมิ
“บุรุษของเจ้าหรือ? จอมมารหญิง เจ้ากำลังล้อเล่นหรือ” เยี่ยหั่วเยาะหยัน
“เจ้าคิดว่าข้าดูเหมือนกำลังล้อเล่นหรือ?”
“เพียงแค่ขั้นหลอมแก่นแท้ เจ้าเห็นอะไรดีในตัวเขากัน?” เยี่ยหั่วแค่นหัวเราะเย็นชา
“เขาเก่งไง” ถังอิงพูดเล่น
เยี่ยหั่วหัวเราะเสียงประหลาดและเอ่ย “ข้าไม่เชื่อ!”
“คนของพวกเจ้าถูกเขาจัดการหมดแล้ว เจ้ายังมีอะไรไม่เชื่ออีก?” ถังอิงย้อนถาม
เยี่ยหั่วจำต้องกล่าว “นั่นเป็นเพราะพวกเราประมาทเท่านั้น แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ที่นี่คือดินแดนของข้า”
ถังอิงหันไปมองลู่เฉินพลางเตือนว่า “ระวังให้ดี ปรมาจารย์ค่ายกลผู้นี้ไม่ธรรมดาเลย”
“ก็แค่ค่ายกลไร้สาระ ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเลย” คำพูดของลู่เฉินทำให้เยี่ยหั่วรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
ไม่เพียงเยี่ยหั่วเท่านั้น แม้แต่ผู้คนจากวังทะเลภูเขาที่ยืนดูอยู่ ก็รู้สึกว่าลู่เฉ