าหลางอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ชายหนุ่มเหลือบมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง เขาหยุดหัวเราะทันที ขณะที่อินซานขมวดคิ้ว และพยายามโบกมือราวกับจะควบคุมกระบี่หิน แต่กระบี่หินกลับไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง
“เกิดอะไรขึ้น?” อินซานเผยสีหน้าเคร่งเครียด
ไม่เพียงอินซาน แม้แต่ผู้คนจากวังทะเลภูเขาต่างก็สงสัยกันทั้งหมด
ในตอนนั้นลู่เฉินโบกมือทีหนึ่ง กระบี่พลันปักลงบนพื้น จากนั้นลู่เฉินก็ปล่อยเปลวเพลิงสิบเอ็ดสีออกมา
หลังจากเปลวเพลิงสัมผัสกับกระบี่หินครู่หนึ่ง กระบี่หินก็ละลาย และสุดท้ายก็กลายเป็นกองหินไร้ค่า
เมื่อเห็นเช่นนั้น ทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นต่างตะลึง ถังอิงพลันสูดหายใจเฮือกใหญ่ “เจ้าจัดการจอมกระบี่สวรรค์คนหนึ่งได้เลยอย่างนั้นหรือ?”
“นับเป็นเรื่องใหญ่อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินไม่ได้สนใจเลยสักนิด
ถังอิงปรบมือ “เก่งจริง ๆ ยอดเยี่ยมมาก!”
ลู่เฉินไม่พูดอะไร แต่มองไปยังผู้คนจากวังทะเลภูเขาที่อยู่ตรงนั้น “จะเข้ามาอีกหรือไม่?”
อินซานจ้องมองลู่เฉินเย็นชา “เจ้าเป็นใครกันแน่!”
“ไม่ต้องสนใจว่าข้าเป็นใคร เจ้าแค่รู้ว่าข้ามาสร้างปัญหาให้ วังทะเลภูเขาของพวกเจ้าก็พอ” ลู่เฉินพูดตรง ๆ
ทุกคนตะลึงงัน เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคนที่อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้ จะกล้าหยิ่งผยองถึงเพียงนี้
ไม่เพียงคนจากวังทะเลภูเขาเท่านั้น แม้แต่ผู้คนทะเลภูเขามารก็พากันมุงดูด้วย บางคนถึงกับพูดวิจารณ์ “นี่ใครกัน กล้าดีจริง ๆ ถึงกับกล้าท้าทายวังทะเลภูเขา”
“เขาคงไม่รู้