อาไว้
ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตรู้สึกพอใจ พลันจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนู เจ้าคงไม่สามรถทำลายค่ายกลนี้ได้แล้วใช่หรือไม่?”
ลู่เฉินกลับยิ้มพลางพูดขึ้นมา “มีสิ่งใดไม่ได้กัน?”
“ค่ายกลที่ผู้อาวุโสของพวกเราสร้างขึ้นมานั้น สามารถทำให้กายเนื้อของเจ้าลีบแห้งได้ตลอดเวลา” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตข่มขู่ออกมา
เมื่อได้ยินดังกล่าว ชายหนุ่มจึงพูดเพียงสั้น ๆ ว่า “โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
หลังปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตเห็นว่า ลู่เฉินมีท่าทางไม่สนใจตน เขาจึงเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “รอก่อนเถิด เจ้าจะได้รู้ว่าสิ่งใดที่เรียกว่าความน่ากลัว”
พูดจบ ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตจึงมองไปยังม่อเหริน “ผู้อาวุโสใหญ่ สังหารเขาเถิดขอรับ”
ม่อเหรินยังไม่คิดที่จะสังหารลู่เฉิน แต่กลับเอ่ยถามชายหนุ่ม “เจ้าหนู หากไม่อยากตาย จงตอบคำถามของข้ามาซะ เจ้าคือผู้ใดกัน แล้วเหตุใดจึงมาสร้างความวุ่นวายยังลัทธิมารเหมันต์?”
ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตกลัวว่าลู่เฉินจะพูดว่า มาสร้างความเดือดร้อนให้ตน ดังนั้นเขาจึงพูดกับม่อเหริน “ผู้อาวุโสใหญ่ ข้าคิดว่าสิ่งที่เขาพูดมานั้นเชื่อไม่ได้”
ม่อเหรินคิดแล้วจึงพูดออกมา “เช่นนั้นทำลายขั้นพลังของเขาก่อน”
“ขอรับ!” ปรมาจารย์เคล็ดวิชาโลหิตเห็นด้วย
ม่อเหรินมองไปยังผู้อาวุโสเหล่านั้น “ทำลายเขาซะ!”
“ขอรับ!”