ีห์มารตกตะลึงขึ้นมา และมองลู่เฉินด้วยสีหน้าแปลกใจ “เจ้าไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อยหรือ?”
“จะเป็นอะไรได้เล่า?”
“แต่ที่นี่พันธนาการพลังของข้าเอาไว้” ราชสีห์มารพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
ลู่เฉินเก็บเงาสายฟ้าเข้ามาพลางยิ้ม “แต่พันธนาการข้าไว้ไม่ได้”
เมื่อพูดจบ ด้านหลังของชายหนุ่มก็ปรากฏแมวมารมายาออกมาดูดซับไอมารรอบ ๆ อย่างบ้าคลั่ง และขณะที่แผ่กระจายไอมารออกมานั้น ค่ายกลก็ค่อย ๆ เลือนรางลงไป ทำให้ราชสีห์มารตกตะลึงขึ้นมา “ที่นี่มีค่ายกล!?”
“ใช่” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็มองไปด้านหน้า
เงาแสงสีม่วงพลันส่องสว่างเข้ามา แต่แสงนั้นสว่างขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองไม่ชัดว่าคือสิ่งใด ทว่าอีกฝ่ายกลับเอ่ยเตือนขึ้นมาว่า “เจ้าหนู ข้าไม่อยากทำให้เจ้าลำบากใจ ดังนั้นตอนนี้เจ้ารีบไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ มิเช่นนั้นเจ้าจะได้ลองดีแน่”
“ข้ามาเพื่อให้เจ้าจัดการข้า” เมื่อลู่เฉินพูดคำนี้ออกมา อีกฝ่ายจึงมองชายหนุ่มด้วยแววตาสับสน
“เจ้าหนู คิดว่าข้าไม่กล้าลงมือจัดการเจ้าหรือ?” อีกฝ่ายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างมองไปยังลู่เฉิน
ชายหนุ่มยิ้มพลางมองอีกฝ่ายและพูดขึ้นมาว่า “มาเถิด แสดงให้ข้าได้เห็น”
อีกฝ่ายรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว “เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะขังเจ้าไว้ที่นี่ และทำให้เจ้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้ตลอดกาล”
ลู่เฉินกางฝ่ามือทั้งสองข้างออก “มาเถิด”
“เจ้า!” อีกฝ่ายตะโกนขึ้นมาและหายตัวไปทันที จากนั้นบริเวณรอบ ๆ ก็มีแสงสีม่วงสว่างขึ้น และล