ะลึงเช่นกัน บางคนถึงกับปล่อยพลังออกมา และบางคนก็ไม่พอใจ “เจ้าหนู เจ้าคิดว่าตำแหน่งเจ้าสำนักนี้อยากจะเป็นก็เป็น ไม่อยากเป็นก็ไม่เป็นได้หรือ?”
“ถูกต้อง เจ้าคิดว่าเทือกเขาเจ็ดหิมะของเราคือที่ไหนกัน!?”
“ใช่!”
ผู้อาวุโสเหล่านี้เริ่มไม่พอใจ
เจ้าสำนักจ้องมองลู่เฉินและเอ่ย “เจ้าหนู เจ้าขออภัยในสิ่งพูดจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นแม้แต่ข้าก็ปกป้องเจ้าไม่ได้!”
“การที่ข้าเข้าร่วมจนผ่านการทดสอบของจี้นี้ เป็นเพราะข้าไม่ต้องการถูกผูกมัด โดยกฎของเทือกเขาเจ็ดหิมะของเจ้า ดังนั้นข้าจึงย่อมไม่คิดเป็นเจ้าสำนักที่นี่” ลู่เฉินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ทุกคนไม่คาดว่าลู่เฉินจะไม่อยากเป็นเจ้าสำนัก เหล่าผู้อาวุโสจึงเริ่มวิตกกังวลทันที
ทันใดนั้นก็มีภาพติดตาสีแดงเพลิงมาปรากฏต่อหน้าลู่เฉิน
ชายคนนั้นมีรอยย่นบนใบหน้า ร่างกายของเขาลุกเป็นไฟ และในมือขวาถือแส้สีแดงเพลิงเอาไว้ “เจ้าหนู เจ้ารู้หรือไม่ว่าแส้ในมือของข้าคือสิ่งใด”
“มันสำคัญด้วยหรือ?”
“สิ่งนี้เรียกว่าแส้สำนัก ซึ่งมีไว้ใช้เฆี่ยนเจ้าสำนักที่ทำผิดโดยเฉพาะ แม้เจ้าจะไม่ใช่เจ้าสำนัก แต่เจ้าก็คือว่าที่เจ้าสำนัก ดังนั้นเจ้าจงยอมรับการเฆี่ยนตีเสีย!”
ลู่เฉินยิ้มอย่างขมขื่นขณะเอ่ย “ข้าไม่ใช่เจ้าสำนัก แต่กลับยังต้องถูกทุบตีงั้นหรือ?”
“เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระ และไม่จริงจังกับเทือกเขาเจ็ดหิมะ ดังนั้นเจ้าต้องถูกเฆี่ยนตี!” หลังจากพูดอย่างนั้น อีกฝ่ายก็สะบัดแส้ใส่ แต่ลู่เฉินเร็วกว่า