เหล่านี้ก็ไม่สามารถทำให้ลู่เฉินเป็นอะไรได้
ดังนั้นชายหนุ่มในบริเวณนี้จึงเกิดความสงสัยขึ้นมา
บางคนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ “เจ้าหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่ขั้นหลอมแก่นแท้หรือ?”
“ใครจะรู้กัน” และมีบางคนรู้สึกสับสน
เห็นได้ชัดว่าวิญญาณเหล่านี้ ไม่สามารถแยกได้ว่าลู่เฉินอยู่ขั้นพลังใด ลู่เฉินจึงอยู่ที่นั่นต่ออีกพักหนึ่ง และเมื่อพบว่าพลังไม่เพิ่มขึ้นแล้วก็พูดขึ้นมา “ควรจบลงได้แล้ว”
ลู่เฉินนำแผ่นหินฉวิญญาณออกมา จากนั้นวิญญาณเหล่านี้ก็ถูกดูดเข้าไปทีละคนทันที
แต่นี่ยังไม่ใช่สิ่งสำคัญ ขณะที่วิญญาณเหล่านี้ใกล้จะเข้าไปภายในแผ่นหินฉวิญญาณ ชายหนุ่มก็สั่งให้พ่างจื่อปล่อยปราณม่วงห้วงฝันออกมากลุ่มใหญ่
ปราณม่วงนี้ ในตอนแรกนั้นพลังยังไม่รุนแรงมากนัก วิญญาณเหล่านี้จึงสามารถขัดขืนได้
แต่หลังจากนั้นไม่นาน รอบ ๆ ก็อบอวลไปด้วยปราณสีม่วง วิญญาณเหล่านั้นจึงค่อย ๆ ‘นอนหลับลึก’ ลงไปทันที
ลู่เฉินเข้าไปยืนอยู่ภายในความฝันของเสี่ยวหั่วตัน
เมื่อชายผู้นั้นเห็นว่าตนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยหมอกหนา จึงเริ่มร้อนใจขึ้นมา “จะ… เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“เจ้ามีนามว่าอย่างไร แล้วเหตุใดจึงอยู่ที่นี่? และผู้ดูแลที่นี่เป็นใครกัน?” ลู่เฉินค่อย ๆ ถามขึ้นมา
เสี่ยวหั่วตันไม่อยากพูดใด ๆ แต่ร่างกายกลับพูดออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ “ข้ามีนามว่าเสี่ยวหั่วตัน หลังจากถูกหลอมเป็นเม็ดยา ข้าก็อยู่ที่นี่มาโดยตลอด ส่วนผู้ดูแลก็คื