ียกว่าเขตหนาวเย็น ผู้คนมากมายไม่สามารถเดินไปได้ไกล เพราะไอความเย็นเหล่านั้นจะทำให้สิ้นเปลืองพลังปราณเป็นอย่างมาก” เซี่ยอีฉานพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
แต่เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นต่อไป เซี่ยอีฉานจึงใช้พลังปราณภายในร่างกายไปจำนวนมาก
ไม่เพียงเซี่ยอีฉาน ทว่าหั่วเตาหลางก็เช่นกัน
แต่ลู่เฉินกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
ทำให้เซี่ยอีฉานเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “นายท่าน เหตุใดท่านจึงไม่เป็นอะไรเลย”
ภายในร่างกายของลู่เฉินมีลูกไฟทั้งเก้า มันสามารถเพิ่มพลังให้เขาได้ตลอดเวลา
ดังนั้นชายหนุ่มจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “สำหรับข้าแล้ว สิ่งนี้ไม่มีผลอะไร”
“ไม่มีผลอะไร?” เซี่ยอีฉานมองลู่เฉินราวกับสิ่งประหลาด
ลู่เฉินมองไปยังคนทั้งสอง “ไปเถิด”
ทั้งสองจึงรีบตามไปทันที
แต่เดินไปได้เพียงไม่ถึงครึ่งถ้วยชา เซี่ยอีฉานก็รู้สึกเหนื่อยหอบ และยังต้องกินเม็ดยาเพิ่มพลังปราณจำนวนมาก ทว่าเมื่อกินเม็ดยาลงไปก็จะถูกใช้หมดไป
และไม่เพียงเขา หั่วเตาหลางเองก็เช่นกัน
“ทะ… นายท่าน ขะ… ข้าไม่ไหวแล้ว” เซี่ยอีฉานพูดด้วยความกังวล
หั่วเตาหลางยังคงอดทนอยู่
ลู่เฉินคิดแล้วจึงนำศิลาวิญญาณออกมาสองชิ้น และสลักอักขระยันต์บางอย่างบนศิลาวิญญาณ
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงแบ่งศิลาวิญญาณให้คนทั้งสอง “พกติดตัวเอาไว้ มันจะทำให้พวกเจ้ารู้สึกไม่หนาวเย็นเกินไป”
“กันหนาวหรือขอรับ?” เซี่ยอีฉานรู้สึกลังเลแต่ก็รับมา และเมื่อเพิ่มพลังปราณเข้าไป ก็รู้