“ในฐานะสมาชิกของกองทัพวิญญาณภูตผีขนนกทมิฬ เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?” ลู่เฉินจ้องเทียนกุ่ยอีชาและเอ่ยถาม
เทียนกุ่ยอีชาโกรธจัดจนพูดว่า “ข้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับเจ้า!”
“ถ้าเจ้าไม่บอกข้า เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้”
“เจ้าไม่กลัวข้าจริง ๆ สินะ?” เทียนกุ่ยอีชาดูเหมือนจะหงุดหงิด และจ้องเขม็งไปทางลู่เฉิน
“ผู้ช่วยของเจ้าหายไปแล้ว เจ้าคิดว่าตนเองมีวิธีอื่นที่จะต่อกรกับข้างั้นหรือ?” ลู่เฉินย้อนถามเทียนกุ่ยอีชา
เทียนกุ่ยอีชาขบฟันด้วยความโกรธแค้น “ที่นี่ไม่ง่ายอย่างที่เจ้าคิด ดังนั้นข้าแนะนำให้เจ้าอย่าบังคับข้า!”
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ “เอาละ ให้ข้าดูว่าที่นี่มีอะไรพิเศษบ้าง”
“ถ้าเจ้าอยากตายนัก เช่นนั้นข้าก็จะช่วยสงเคราะห์ให้!” เทียนกุ่ยอีชายื่นมือขวาของเขาออกไป จากนั้นแสงสีน้ำเงินที่มือขวาของเขาก็กะพริบไหว ก่อนแสงสีน้ำเงินนั้นจะส่องกระทบไปรอบ ๆ
แสงสีฟ้าในพื้นที่นี้เริ่มแข็งแกร่งขึ้นมาทันที
ไม่เพียงเท่านั้น เขตแดนสีน้ำเงินได้ก่อตัวขึ้นรอบ ๆ ลู่เฉิน โดยดูเหมือนว่ามันจะดักจับชายหนุ่มเอาไว้
เมื่อเห็นเขตแดนนี้ ลู่เฉินก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว แต่สัมผัสได้ถึงการโจมตีของเขตแดนแสงสีฟ้านี้
เทียนกุ่ยอีชาที่อยู่นอกเขตแดนส่งเสียงฮึ่มฮั่ม “เจ้าหนู เจ้ากลัวหรือยัง?”
ลู่เฉินยิ้มและไม่พูดอะไร
ครั้นเห็นว่าลู่เฉินยังกล้ายิ้ม เทียนกุ่ยอีชาก็เอ่ยเสียงเย็น “ดูเหมือนว่าเจ้าอยากตายจริง ๆ!”
หลังจากพูดอย่างนั้น อีกฝ่ายก็เพิ่มพลังขึ้