า “ใช้ทุกวิธีที่เจ้ามีเร็ว”
หลิงเองก็คิดเช่นกัน แต่เขาทุ่มเทพลังทั้งหมดของไปที่การโจมตี ‘เงา’ ของลู่เฉินแล้ว ทว่าก็ยังคงไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ ลู่เฉินได้ ดังนั้นในท้ายที่สุดเขาจึงยอมแพ้และเลิกใช้พลังของตัวเอง แล้วมองไปที่เทียนกุ่ยอีชา “ข้าไปแล้ว”
ไป? ไปงั้นหรือ?
ก่อนที่เทียนกุ่ยอีชาจะทันได้โต้ตอบ ชายที่ชื่อหลิงก็ ‘พุ่ง’ หายเข้าไปในกระแสน้ำวน
สิ่งนี้ทำให้เทียนกุ่ยอีชาตะโกนด่าทอ “ไอ้สารเลว เจ้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร!”
ลู่เฉินใคร่รู้ว่ากระแสน้ำวนเชื่อมต่อกับที่ไหน และหลิงมาจากที่ใด
แต่ไม่มีใครอธิบายให้ฟัง ชายหนุ่มจึงทำได้แค่จ้องมองเทียนกุ่ยอีชา “เป็นอย่างไรบ้าง? เจ้ายังลงมือต่อหรือไม่?”
เทียนกุ่ยอีชาเองก็ต้องการลงมือต่อ แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่อนุญาตให้เขาลงมือ ดังนั้นจึงทำได้เพียงพูดอย่างตั้งท่าป้องกันว่า “เจ้าหนู เจ้าไปเสียเถอะ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าลำบาก”
“เจ้าคิดว่าข้าโง่ หรือคิดว่าเจ้าโง่” ลู่เฉินถาม
เทียนกุ่ยอีชารู้สึกกังวล “ข้าจะเปิดพื้นที่นี้และปล่อยเจ้าออกไป ตกลงหรือไม่?”
“อะไรกัน เจ้าอยากไล่ข้าออกไปงั้นหรือ?” ลู่เฉินถาม
เทียนกุ่ยอีชาเห็นลู่เฉินปฏิเสธที่จะออกไป จึงพูดอย่างประหม่าว่า “เจ้าต้องการอะไร?”
“ตอบคำถามข้ามาสักสองสามข้อ ถ้าคำตอบทำให้ข้าพึงพอใจ ข้าจะออกไป” ลู่เฉินยิ้มและมองวิญญาณภูตผีตัวนี้
แม้เทียนกุ่ยอีชาจะไม่มีพอใจ แต่ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันนี้ เขาจำต้องประนีประนอม “พูดมา!”