ิตสำนึกของเขาก็ทะลุเข้าไป ก่อนจะพบว่ามีค่ายกลเคลื่อนย้ายเล็ก ๆ อยู่ข้างใน จึงพึมพำว่า “ว่าแล้ว!”
“นายท่านเข้าไปข้างในเถิด ส่วนข้าจะรอท่านออกมา” เซี่ยอีฉานกล่าวด้วยความเคารพ
“จะเป็นอย่างไรหากข้าปล่อยให้เจ้าเข้าไปในสมบัติวิญญาณของข้าก่อน แล้วปล่อยเจ้าออกมาอีกครั้ง?” ลู่เฉินมองเซี่ยอีฉาน
เซี่ยอีฉานส่ายหน้าพลางพูดว่า “มันไม่มีประโยชน์หรอกขอรับ เมื่อมีคนซ่อนอยู่ในพื้นที่สมบัติวิญญาณของท่าน ท่านจะไม่สามารถเข้าไปได้”
“เข้าไม่ได้งั้นหรือ?”
“เพราะห้องโถงนี้จะปิดกั้นพื้นที่สมบัติวิญญาณด้วยตัวเอง” เซี่ยอีฉานอธิบาย
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลู่เฉินก็รู้สึกยินดีทันที “ดูเหมือนในห้องโถงนี้จะมีความลึกลับอยู่”
เซี่ยอีฉานพยักหน้ารับ ส่วนลู่เฉินยกยิ้มขึ้น “เจ้าไปด้านข้างก่อน ข้าจะเตรียมตัว”
เตรียมตัว?
เซี่ยอีฉานไม่รู้ว่าลู่เฉินหมายความว่าอย่างไร แต่เฉออู่กลับหัวเราะเยาะเขา “เจ้าหนู อย่าเสียแรงเปล่าเลย ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปได้โดยมิมีเหรียญสัญลักษณ์ และเป็นไปไม่ได้ที่จะนำคนอื่นเข้าไปด้วยพื้นที่สมบัติวิญญาณ”
ลู่เฉินไม่คิดจะอธิบายให้นางฟัง เขาหาสถานที่ที่ไม่มีคนอยู่ จากนั้นก็หยิบกู่ฉินออกมาและวาดอักขระยันต์บนกู่ฉิน ในเวลาเดียวกันก็เตือนซูวั่งเยว่ชุดแดงที่มองไม่เห็นว่า “เข้าไปข้างในซะ”
แม้ซูวั่งเยว่ชุดแดงจะไม่รู้ว่าลู่เฉินคิดจะทำอะไร แต่นางก็ยังคงเข้าไปข้างใน
ผู้คนที่อยู่ด้านข้างย่อมไม่รู้เหตุผลการกระทำดังกล่า