นมาบนภูเขาหรือ?”
“เหตุใดจึงไม่กล้าเล่า?” ลู่เฉินถาม
ซูวั่งเยว่ชุดแดงเอ่ยเหน็บ “นั่นเป็นเพราะเจ้าไม่รู้อะไร ยิ่งวิญญาณสัตว์อสูรนี้เข้าใกล้สถานที่ที่มันถูกผนึกมากเท่าไหร่ มันก็จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการที่มันล่อเจ้าไปที่ภูเขา มันจึงย่อมคิดจัดการกับเจ้าแน่”
“จัดการข้าหรือ? ช่างไร้เดียงสานัก!” ลู่เฉินยิ้มอย่างดูถูก
ซูวั่งเยว่ชุดแดงมองไปทางลู่เฉินด้วยความสับสน “ให้ข้าถามหน่อยเถอะ ว่าเหตุใดเจ้าถึงบ้าบิ่นถึงเพียงนี้”
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร แต่รีบวิ่งขึ้นไปบนยอดเขา
บนยอดเขามีกระดูกสัตว์และกระดูกมนุษย์กองอยู่ ในขณะเดียวกัน ภายใต้กระดูกสัตว์และกระดูกมนุษย์ก็มีผนึกแปลก ๆ อักขระยันต์ของผนึกเปล่งประกายด้วยแสงสีทองจาง ๆ ซึ่งดวงวิญญาณของกวางอสูรสองหัวก็ยืนอยู่บนผนึกนี้ มันจ้องมองไปที่ลู่เฉินและเอ่ยกลั้วหัวเราะ “เจ้ากล้ามาจริง ๆ ”
“สิ่งที่ปิดผนึกไว้ด้านล่างคือวิญญาณอสูรที่แท้จริงของเจ้า ส่วนเจ้าเป็นเพียงร่างแยกของวิญญาณ” ลู่เฉินพูดราวกับว่าเขาสามารถมองทะลุมันได้ในพริบตา
“ใช่ นี่คือร่างแยกวิญญาณของข้า แต่ร่างแยกวิญญาณของข้าไม่สามารถอยู่ห่างจากร่างหลักมากเกินไป ไม่เช่นนั้นพลังจะอ่อนลงมาก แต่ถ้ามาถึงที่นี่ พลังของร่างแยกวิญญาณของข้าก็ไม่แตกต่างกับร่างหลักนัก” ขณะที่พูด กวางอสูรสองหัวเริ่มก็ดูตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย “ดี งั้นลงมือต่อเลย”
“เจ้าบอกว่าให้ลงมือต่อหรือ?” กวางอสูรสอ