้าหนุ่มผู้นี้ต้องออกไปจากสำนักเหมันต์แน่” ฉินอ่าวพูดด้วยความมั่นใจ
อวี่ซานเส้าและอสูรเฒ่าจ้าวไม่รู้ว่าควรจะพูดเช่นไร จึงทำได้เพียงเฝ้ารอต่อไป
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า
หลังจากผ่านไปครึ่งเดือนก็เกิดเสียงดังลั่นขึ้นในสำนักเหมันต์ ทำให้ผู้คนบริเวณรอบ ๆ ตื่นตกใจขึ้นมา คนของพันธมิตรกำจัดมารต่างแปลกใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ส่วนฉินอ่าวยิ่งรู้สึกแปลกใจ จึงส่งคนเข้าไปตรวจสอบภายในสำนักเหมันต์ดู
…
ขณะนั้นเอง ภายในสำนักเหมันต์ปรากฏหมอกมากมายรอบ ๆ ดักแด้ และภายในหมอกนี้มีเสียงดังขึ้นมา
เซี่ยอีฉานพึมพำออกมาท่ามกลางหมอกเหล่านี้ “นายท่าน นี่คือสิ่งใดกัน?”
ไม่เพียงเซี่ยอีฉาน ทว่าฮั่วเตาหลางก็อยากรู้เช่นกันว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ดังนั้นเขาที่อยู่ท่ามกลางหมอกจึงจ้องมองไปยังดักแด้นั่น เพราะเสียงนี้ดังออกมาจากดักแด้
กลุ่มควันลอยออกมาจากภายในดักแด้ ราวกับว่าปล่อยลมบางอย่างออกมา
ขณะที่ฮั่วเตาหลางกำลังแปลกใจกับควันนี้ ควันเหล่านั้นก็กลายเป็นเงาคนคนหนึ่งขึ้นมา
เงาคนนี้ก็คือลู่เฉิน
แต่ลู่เฉินไม่มีกายเนื้อ ราวกับเป็นเงาวิญญาณที่สว่างอยู่ตรงนั้น
ไม่เพียงเท่านั้น ศูนย์กลางของเงาวิญญาณนี้ยังสามารถมองเห็นแสงสว่างเก้าดวงได้ ราวกับว่าภายในร่างนั้นกำลังซ่อน ‘เม็ดยา’ ทั้งเก้าเม็ดเอาไว้
ฮั่วเตาหลางสงสัย
ลู่เฉินรีบเตรียมเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ ในขณะเดียวกับก็รวบรวมพลังปราณรอบ ๆ ทำให้ร่างกายค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นมา
แต่ลู่เฉินรู้ดี