ฉานไม่พูดใด ๆ พวกเขาจึงไม่ถามให้มากความ และทำเพียงแค่เดินจากไป
เซี่ยอีฉานคอยเฝ้าอยู่บริเวณปากถ้ำต่อไป
ร่างกายของลู่เฉินยังคงถูกห่อหุ้มเอาไว้
จากนั้นภายในตำหนักมืดสลัวในพื้นที่ที่เจ็ด วิญญาณของอสูรเฒ่าจ้าวและอวี่ซานเส้ายืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น และด้านหน้าของเขานั้นมีชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่
ในมือขวาของชายชราได้ถือกระดูกของกระดูกอสูรหมาป่าเอาไว้ และดวงตาทั้งสองข้างของกระดูกอสูรหมาป่าเปล่งแสงสว่างสีแดงจาง ๆ ขึ้นมา
“ผู้อาวุโสฉิน เหตุใดท่านจึงมาอยู่ในพื้นที่ที่เจ็ดแห่งวังสินธุเหมันต์นี้?” อสูรเฒ่าจ้าวเอ่ยถามด้วยความตื่นกลัว
บนหน้าผากของอวี่ซานเส้ามีเม็ดเหงื่อผุดออกมาเช่นกัน “ผู้อาวุโสฉิน ท่าน…”
แต่ยังไม่ทันสิ้นเสียง ผู้ที่มีนามว่าผู้อาวุโสฉินใช้มือข้างหนึ่งลูบเคราของตน กะพริบตาที่รอบ ๆ เต็มไปด้วยรอยคล้ำ “ข้ามีเรื่องต้องมายังพื้นที่ที่เจ็ด แต่คิดไม่ถึงว่าจะสัมผัสได้ว่ามีคนเรียกแขนต้องห้ามออกมาอีกครั้ง!”
“พะ… พวกเราเจอเรื่องลำบาก ดังนั้นจึงเรียกออกมาขอรับ” อสูรเฒ่าจ้าวอธิบายออกมา
“ใช่ขอรับ” อวี่ซานเส้าพูดด้วยความตื่นตระหนก
“เมื่อเจอเรื่องลำบากก็เรียกออกมา เจ้ามองว่านายท่านผู้นั้นของพันธมิตรกำจัดมารเป็นใครกัน? เป็นผู้ที่เจ้าสามารถเรียกออกมาเมื่อใดก็ได้หรือ?” เขาสูดหายใจพลางพูดออกมา
วิญญาณทั้งสองหวาดกลัวเจียนตาย
และในขณะนั้นเอง แสงสีน้ำเงินสว่างพลันผุดขึ้นมาจากมุมมืด จากนั้นแขนนั้นจึงลอยออกมา
“ฉ