ินอ่าว” แขนนั้นส่งเสียงแหบแห้งออกมา
ผู้ที่มีนามว่าฉินอ่าวรีบเก็บกระดูกอสูรเข้ามาทันที จากนั้นจ้องมองไปยังแสงสีน้ำเงินพลางกล่าวด้วยความเคารพ “นายท่าน”
“ครั้งนี้พวกเขาเรียกได้ดี” แขนนั้นพูดขึ้นมา
“ว่าอย่างไรนะขอรับ?” ฉินอ่าวไม่เข้าใจ
“เจ้าหนุ่มผู้นั้น ข้าสนใจยิ่งนัก ดังนั้นพวกเจ้าต้องจับเป็นและส่งเขาไปยังสถานที่ที่ข้าเก็บตัวอยู่ เข้าใจหรือไม่?” แขนพูดพลางเปล่งแสงสีน้ำเงินขึ้นมา
“เจ้าหนุ่มผู้นั้น?”
“ให้พวกเขาทั้งสองบอกเจ้า” เมื่อแขนนี้พูดจบก็หายตัวไป
ฉินอ่าวขมวดคิ้วพลางมองไปยังทั้งสองคน “ว่ามาเถิด เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่”
ทั้งสองไม่กล้าปิดบังใด ๆ จึงทำเพียงอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดออกมา
เมื่อฉินอ่าวฟังแล้วจึงขมวดคิ้วขึ้นมา “หมายความว่าเจ้าหนุ่มนั่นเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ แต่พวกเจ้าจัดการเขาไม่ได้ จึงเรียกนายท่านออกมา?”
ทั้งสองพยักหน้ารับ
ฉินอ่าวเบิกตากว้างขึ้นมาทันที “ไร้ประโยชน์!”
อสูรเฒ่าจ้าวพูดด้วยความร้อนใจขึ้นมา “ผู้อาวุโสฉิน เจ้าหนุ่มผู้นั้นไม่ธรรมดา”
อวี่ซานเส้าเองก็พูดขึ้นมา “ใช่ขอรับ เจ้าหนุ่มผู้นี้ถูกสิ่งประหลาดครอบงำอยู่ ฆ่าอย่างไรก็ฆ่าไม่ตาย แม้แต่เจ้าสำนักของสำนักเหมันต์ยังถูกเขาจับ”
“โอ้? สำนักเหมันต์?”
“ใช่!”
“ได้ นำคนออกเดินทางไปยังสำนักเหมันต์แล้วจับเขาซะ” เมื่อฉินอ่าวพูดจบจึงเตรียมพร้อมทันที
เพราะอวี่ซานเส้าและอีกสองคนเหลือเพียงวิญญาณ ดังนั้นจึงทำได้เพียงติดไปกั