นมีเสียงหนึ่งดังก้องอยู่ในหูของลู่เฉิน “วางดาบลงพลันบรรลุอรหันต์!”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ลู่เฉินตื่นขึ้นทันที ซึ่งเขาถึงกับยิ้มและเอ่ยว่า “ข้าเกลียดประโยคนี้ที่สุด”
“เกลียดหรือ?” เจ้าสำนักไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะตื่นเพราะคำพูดของเขา
ความจริงลู่เฉินตื่นก่อนหน้านี้แล้ว เขาแค่อยากจะมองพระพุทธรูปเหล่านี้เพื่อดูว่ามีอะไรพิเศษ แต่ไม่คาดว่าคำพูดของเจ้าสำนักทำให้เขาไม่มีความสุขยิ่ง ชายหนุ่มหัวเราะแปลก ๆ แล้วเอ่ยว่า “ข้าจะไม่พูดไร้สาระกับเจ้าอีกต่อไป!”
ลู่เฉินหยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมาและเล่นเพลง ‘เปลี่ยนเป็นมาร’
เสียงพลันสะท้อนก้องไปมาในอากาศทันใด จากนั้นเงาสาวกพุทธเหล่านั้นก็ปล่อย ‘พลังมาร’ อันมืดมนออกมาทีละคน ราวกับว่าสาวกชาวพุทธเหล่านี้ได้ถูกมารเข้าครอบงำ
เจ้าสำนักตะลึงงันจนเผลอหยุดท่องมนต์ สาวกจึงหายไปทีละร่าง
ทุกคนตกใจมาก
เจ้าสำนักพูดด้วยความโกรธว่า “กล้าดียังไงมาดูหมิ่นพวกเราชาวพุทธ!”
“เจ้าเข้าใจผิดอันใดหรือไม่? เจ้าเป็นคนใช้เงาเหล่านี้เพื่อจัดการกับข้าเอง แต่ยามนี้กลับตำหนิข้าที่ดูหมิ่น?” ลู่เฉินเอ่ยพลางยิ้มเยาะ
เจ้าสำนักพูดไม่ออก และได้แต่ตะโกนว่า “อย่างไรก็ตาม วันนี้ในนามของพระพุทธเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!”
ลู่เฉินยกยิ้มขมขื่น “พระพุทธเจ้างั้นหรือ? ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไปนับถือพระพุทธเจ้าองค์ไหน? แล้วคาถาของเจ้า ผู้ใดเป็นคนสอนกัน?”
คำถามของลู่เฉินทำให้เจ้าสำนักพูดไม่ออก ก่อนเขาจะพูดด้วยความโกรธว่า