อะไรขึ้นเจ้าคะ?”
“พวกเขาเพิ่งเปิดใช้งานค่ายกล” หลังจากลู่เฉินพูดอย่างนั้น เขาก็ซ่อนเฮยหลวนและเจี่ยอันไว้ใน ‘ประตูไร้สรรพสิ่ง’ แล้วมองไปรอบ ๆ “เจ้าจะออกมาด้วยตัวเอง หรือจะให้ข้าพาเจ้าออกมา?”
“เจ้าหนู เจ้าไม่มีทางหาพวกเราเจอหรอก” ในความมืด ผู้อาวุโสซือพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
“โอ้? งั้นหรือ?” ลู่เฉินกล่าวก่อนจะหลับตาลง
ช่วงเวลาต่อมา สถานการณ์ของค่ายกลนี้พลันผุดเข้ามาในใจเขา และเมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้ง มุมปากของเขาก็โค้งขึ้น
จากนั้นลู่เฉินก็ใช้เคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้าพุ่งตรงไปในทิศทางหนึ่ง ก่อนจะทะลวงออกมานอกค่ายกล
ครั้นลู่เฉินปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็ยืนอยู่บนยอดเขาอีกลูกหนึ่งแล้ว
พอผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงเห็นลู่เฉินหลบหนีออกมาได้ สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมหันต์ และบางคนถึงกับตะโกนว่า “ดูสิ ไอ้สารเลวตัวน้อยนั่นออกมาแล้ว!”
“เหตุใดเด็กน้อยขั้นหลอมแก่นแท้ถึงได้รับมือได้ยากขนาดนี้กัน?” มีคนบ่นขึ้น
สีหน้าของผู้อาวุโสซือเองก็เปลี่ยนไป จากนั้นเขาก็สั่งการทันที “ถอนตัว!”
ถอนตัว?
เหล่าสาวกไม่เคยคิดว่าจะต้องถอยออกจากที่ที่พวกเขาอยู่ แต่ตอนนั้นฝั่งลู่เฉินได้ปล่อยเงาสายฟ้า กุ่ยเจี๋ย และแมลงบางส่วนออกมาแล้ว ทั้งยังพูดอย่างเย็นชาว่า “ฆ่า!”
ฉับพลัน ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้อง
ผู้อาวุโสซือตกใจมากจึงวิ่งเข้าไปในถ้ำ ในถ้ำมีพระพุทธรูปทองคำอยู่ เขาทำการกราบไหว้ทันทีและกล่าวว่า “เจ้าสำนัก ท่านต้องออกมา