ี่ช่างดื้อรั้นนัก!”
ทว่าลู่เฉินเพียงหัวเราะ “ถ้าเจ้าไม่ต้องการให้มีคนตายไปมากกว่านี้ ข้าคิดว่าเจ้าควรให้เขามอบคนที่ข้าต้องการออกมาเสียดีกว่า ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่รังเกียจที่จะกำจัดสำนักเหมันต์ของเจ้า”
“เจ้าหนู เจ้ารู้จักสถานะสำนักเหมันต์ของข้าในพื้นที่ที่เจ็ดหรือไม่?”
“มันเกี่ยวอันใดกับข้าเล่า?” ลู่เฉินย้อนถามอย่างยี่หระ
“ฮึ่ม สำนักเหมันต์ของข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรอันดับหนึ่งแห่งพื้นที่ที่เจ็ด เทือกเขาเจ็ดหิมะเชียวนะ!” เจ้าสำนักคิดว่าสิ่งนี้อาจทำให้ลู่เฉินหวาดกลัวได้
แต่ลู่เฉินไม่รู้จักจึงพูดว่า “เทือกเขาเจ็ดหิมะ นั่นมันที่ไหนน่ะ?”
“เจ้า!” เจ้าสำนักโกรธลู่เฉินจนแทบจะเนื้อเต้น
ชายหนุ่มไม่สนใจจะพูดไร้สาระอะไรอีก และเอ่ยตรง ๆ ว่า “ถ้าเจ้าไม่ต้องการให้ข้าทำลายสำนักของเจ้า ก็แค่ส่งคนมา ไม่เช่นนั้นอีกเดี๋ยวข้าจะไม่สุภาพแล้ว!”
“เจ้าหนู ข้าจะแสดงให้เจ้าได้รู้ว่าข้าแข็งแกร่งแค่ไหน!” เสียงนั้นพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายคำราม
ช่วงเวลาต่อมา โซ่สีทองจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในอากาศ ก่อนเข้าพันรอบตัวลู่เฉินไว้อย่างรวดเร็ว ทางผู้อาวุโสซือรีบปรากฏตัวแล้วตะโกนขึ้นไปในอากาศ “เจ้าสำนัก อย่าเพิ่งทำร้ายเขา ไม่เช่นนั้นเขาจะหนีไปได้”
โซ่ตรวนสีทองก่อตัวเป็นกรงและสร้างเขตแดนขึ้นทันที จากนั้นรัศมีสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นรอบ ๆ ตัวของลู่เฉิน ทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นรูปปั้นทองคำไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ ทุกคนก็ถอนห