ียงสาปแช่งชายหนุ่มเท่านั้น ทางผู้นำยังตะโกนว่า “เจ้าหนู ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็รีบปล่อยเราไปซะ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ปล่อยเจ้าไป!”
“ยังบ้าอยู่อีกหรือ?” เสียงลู่เฉินเริ่มเย็นชา ก่อนเขาจะปล่อยกุ่ยเจี๋ยออกมา
คนเหล่านี้ไม่รู้ว่ากุ่ยเจี๋ยนั้นน่ากลัวแค่ไหน ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นกุ่ยเจี๋ยปรากฏตัว จึงเพียงสงสัยกันว่ามันคืออะไร จนกระทั่งกุ่ยเจี๋ยเข้าไปในร่างของคนคนหนึ่ง ทันใดนั้นคนคนนั้นก็กรีดร้องแล้วล้มลงไปกองกับพื้น
ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นต่างหวาดกลัว และมีท่าทีคิดอยากจะจากไป
สำหรับชายที่เป็นผู้นำ เขาจ้องมองไปทางลู่เฉินด้วยความหวาดกลัวและพูดว่า “ข้า… ข้าชื่อหยางเซี่ยว และข้ามาจากสำนักเหมันต์”
“ใครให้เจ้ามา?” เขาถามหยางเซี่ยวต่อ
หยางเซี่ยวพูดอย่างหดหู่ใจว่า “เป็นปรมาจารย์กลุ่มหนึ่ง แต่พวกเขาไม่ได้บอกว่าพวกเขามาจากไหน”
ชายหนุ่มสงสัย “ไม่ได้พูดอะไรเลยจริง ๆ งั้นหรือ?”
“ถูกต้อง!” หยางเซี่ยวพูดด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“เช่นนั้นตอนนี้ผู้อาวุโสเหล่านั้นอยู่ที่ไหนแล้ว”
สีหน้าของหยางเซี่ยวดูน่าเกลียด “เขา… พวกเขาอยู่ที่โรงเตี๊ยมทงเสวี่ยในเมือง”
“นำทาง!” ลู่เฉินพูดแล้วปล่อยให้กุ่ยเจี๋ยเข้าไปในร่างกายของอีกฝ่าย ชายคนนั้นจึงไม่กล้าหลบหนี และทำได้เพียงนำทางไปอย่างเชื่อฟังเท่านั้น
เฮยหลวนอยากรู้ว่า “ท่านอาจารย์ พวกเขามาจากสำนักเหมันต์จริงหรือ?”
“ยังไม่รู้ ข้าต้องลองไปดูก่อนถึงจะแน่ใจ” ลู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ
เฮยหลวนและ